เข้าใจความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ส่วนใหญ่ไม่ต้องการฮอร์โมนหรือการผ่าตัดแปลงเพศ
LGBTQ+ เป็นคำที่ใช้เรียกรวมบุคคลซึ่งมี รสนิยมทางเพศ (Sexual Orientation) หรือ อัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity) แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคม โดยเครื่องหมาย + หมายถึงการครอบคลุมอัตลักษณ์อื่น ๆ ที่มีความหลากหลายมากกว่าตัวอักษรทั้งห้า
สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ รสนิยมทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศเป็นคนละเรื่องกัน
- รสนิยมทางเพศ หมายถึง บุคคลรู้สึกดึงดูดทางอารมณ์หรือความรักต่อเพศใด
- อัตลักษณ์ทางเพศ หมายถึง บุคคลรู้สึกว่าตนเองเป็นเพศใด ไม่ว่าจะตรงหรือไม่ตรงกับเพศที่ได้รับการระบุเมื่อแรกเกิด
ดังนั้น การเป็น Lesbian, Gay หรือ Bisexual ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นต้องการเปลี่ยนเพศ ส่วนการเป็นบุคคลข้ามเพศ (Transgender) ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนหรือผ่าตัดเช่นกัน
Lesbian (หญิงรักหญิง)
Lesbian คือผู้หญิงที่มีความรู้สึกดึงดูดทางอารมณ์หรือความรักต่อผู้หญิงด้วยกัน
บุคลิกภายนอกของหญิงรักหญิงมีความหลากหลาย บางคนมีลักษณะอ่อนหวาน บางคนแต่งกายแบบทะมัดทะแมง ขณะที่อีกจำนวนมากมีลักษณะไม่แตกต่างจากผู้หญิงทั่วไปจนไม่สามารถแยกออกจากรูปลักษณ์ภายนอกได้
ในด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพ งานวิจัยไม่พบว่าหญิงรักหญิงมีความสามารถทางสติปัญญาหรือศักยภาพในการทำงานแตกต่างจากผู้หญิงทั่วไป บุคคลกลุ่มนี้พบได้ในทุกวิชาชีพ ตั้งแต่แพทย์ วิศวกร นักกฎหมาย นักวิทยาศาสตร์ ครู นักธุรกิจ ศิลปิน ไปจนถึงนักกีฬา
สำหรับเรื่องครอบครัว หลายคนมีเป้าหมายเช่นเดียวกับคู่รักต่างเพศ คือการมีคู่ชีวิตที่มั่นคง การสร้างฐานะ และบางคู่เลือกมีบุตรผ่านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์หรือการรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายของแต่ละประเทศ
Gay (ชายรักชาย)
Gay คือผู้ชายที่มีความรู้สึกดึงดูดต่อผู้ชายด้วยกัน
ลักษณะภายนอกมีความหลากหลายมาก บางคนมีบุคลิกเข้มแข็งตามแบบชายทั่วไป ขณะที่บางคนมีความอ่อนโยนมากกว่า จึงไม่สามารถใช้รูปลักษณ์ภายนอกมาตัดสินรสนิยมทางเพศได้
ผู้ชายรักชายประกอบอาชีพได้ทุกแขนง ทั้งแพทย์ วิศวกร นักบิน ทหาร นักวิจัย โปรแกรมเมอร์ นักดนตรี เชฟ ผู้บริหาร และผู้ประกอบการ ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการศึกษา โอกาส และความพยายาม มากกว่ารสนิยมทางเพศ
ในด้านการเข้าสังคม งานวิจัยพบว่าความสามารถในการสร้างมิตรภาพ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการดูแลครอบครัวไม่ได้แตกต่างจากประชากรทั่วไป
Bisexual (รักได้ทั้งสองเพศ)
Bisexual หมายถึงผู้ที่สามารถรู้สึกดึงดูดต่อทั้งผู้หญิงและผู้ชาย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องชอบทั้งสองเพศในระดับเท่ากัน หรือมีคู่หลายคนเสมอไป
บุคคลกลุ่มนี้ใช้ชีวิตเช่นเดียวกับคนทั่วไป ทำงานในทุกสาขาอาชีพ และมีเป้าหมายในชีวิตที่หลากหลาย ไม่แตกต่างจากประชากรส่วนใหญ่
Transgender (บุคคลข้ามเพศ)
บุคคลข้ามเพศ คือผู้ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ตรงกับเพศที่ได้รับการระบุเมื่อแรกเกิด ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เกิดมาพร้อมร่างกายเพศชายแต่รับรู้ว่าตนเองเป็นผู้หญิง หรือในทางกลับกัน
อย่างไรก็ตาม การเป็นบุคคลข้ามเพศไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องการเปลี่ยนแปลงร่างกาย ความต้องการของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างมาก
- บางคนเพียงแต่งกายตามอัตลักษณ์ของตน
- บางคนเปลี่ยนชื่อหรือคำนำหน้า
- บางคนใช้ฮอร์โมน
- บางคนเลือกผ่าตัดเฉพาะบางส่วน
- บางคนไม่ต้องการการรักษาทางการแพทย์ใด ๆ เลย
การตัดสินใจดังกล่าวขึ้นอยู่กับระดับความไม่สอดคล้องระหว่างอัตลักษณ์ทางเพศกับร่างกาย (gender incongruence) ความพร้อมด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และเป้าหมายชีวิตของแต่ละบุคคล
Queer และอัตลักษณ์อื่น ๆ
ปัจจุบันยังมีคำที่ใช้เรียกอัตลักษณ์ทางเพศอื่นอีก เช่น Queer, Non-binary, Genderfluid และ Agender ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของการรับรู้ตนเองทางเพศ
บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการการรักษาทางการแพทย์เพื่อเปลี่ยนแปลงร่างกาย และสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และสร้างครอบครัวได้เช่นเดียวกับคนทั่วไป
ส่วนใหญ่ของ LGBTQ+ ไม่ได้ต้องการฮอร์โมนหรือการผ่าตัดแปลงเพศ
ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือการมองว่า "LGBTQ+ เท่ากับการเปลี่ยนเพศ" ทั้งที่ในความเป็นจริง บุคคลข้ามเพศ (Transgender) เป็นเพียงหนึ่งในหลายกลุ่มของ LGBTQ+ เท่านั้น ขณะที่คนอีกจำนวนมาก เช่น Lesbian, Gay และ Bisexual มีอัตลักษณ์ทางเพศสอดคล้องกับเพศกำเนิด และไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงร่างกายของตนเอง
การสำรวจในหลายประเทศพบว่าประชากรที่ระบุว่าตนเองเป็น LGBTQ+ มีประมาณ 5–10% ของประชากรผู้ใหญ่ แม้ตัวเลขจะแตกต่างกันตามช่วงอายุ ประเทศ และวิธีการสำรวจ แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการที่ผู้คนกล้าเปิดเผยตัวตนมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่ามีผู้ที่ต้องการการรักษาทางการแพทย์เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน
ในทางกลับกัน ผู้ที่ระบุว่าตนเองเป็น บุคคลข้ามเพศ (Transgender) มีประมาณ 0.3–1% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งหมายความว่า บุคคลข้ามเพศเป็นเพียงส่วนน้อยของประชากร และเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชุมชน LGBTQ+
แม้แต่ในกลุ่มบุคคลข้ามเพศเอง ความต้องการในการเปลี่ยนแปลงร่างกายก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับระดับความไม่สอดคล้องระหว่างอัตลักษณ์ทางเพศกับร่างกาย ความพร้อมด้านสุขภาพ ภาวะทางเศรษฐกิจ ความเชื่อส่วนบุคคล และเป้าหมายในการดำเนินชีวิต
พรสวรรค์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสนิยมทางเพศ
สังคมมักมีภาพจำว่าคน LGBTQ+ จะต้องมีพรสวรรค์ด้านศิลปะ ดนตรี การแสดง หรือแฟชั่น แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่พบว่ารสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศเป็นตัวกำหนดความสามารถพิเศษของบุคคล
ความสามารถของแต่ละคนเกิดจากปัจจัยหลายด้านร่วมกัน ได้แก่
- พันธุกรรม
- การศึกษา
- การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
- สิ่งแวดล้อม
- โอกาสในชีวิต
- แรงจูงใจและความพยายามของแต่ละบุคคล
ด้วยเหตุนี้ บุคคล LGBTQ+ จึงพบได้ในทุกวิชาชีพ ทั้งสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์ ธุรกิจ การศึกษา ศิลปะ และงานบริการ ไม่แตกต่างจากประชากรทั่วไป
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความสามารถในการประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศวิถี แต่ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ ความรับผิดชอบ และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
การเข้าสังคมไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไป
บุคคล LGBTQ+ ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันเหมือนประชากรทั่วไป คือเรียนหนังสือ ทำงาน พบปะเพื่อนฝูง ดูแลครอบครัว ออกกำลังกาย ท่องเที่ยว และวางแผนอนาคต
งานวิจัยด้านจิตวิทยาและสังคมศาสตร์พบว่า ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ การทำงานเป็นทีม และการปรับตัวในสังคมไม่ได้ขึ้นกับรสนิยมทางเพศ แต่ได้รับอิทธิพลจากบุคลิกภาพ การเลี้ยงดู ประสบการณ์ชีวิต และสิ่งแวดล้อมมากกว่า
ในทางกลับกัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของ LGBTQ+ อย่างมีนัยสำคัญกลับเป็นปัจจัยภายนอก เช่น
- การได้รับการยอมรับจากครอบครัว
- การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน
- การเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน
- โอกาสทางการศึกษา
- โอกาสในการประกอบอาชีพ
- การเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสม
เมื่อได้รับการยอมรับและมีโอกาสเท่าเทียม บุคคล LGBTQ+ สามารถมีคุณภาพชีวิต สุขภาพจิต และความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ไม่แตกต่างจากคนทั่วไป
แนวคิดเรื่องครอบครัวไม่แตกต่างจากประชากรส่วนใหญ่
แม้รูปแบบของครอบครัวจะมีความหลากหลายมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน แต่เป้าหมายพื้นฐานของคน LGBTQ+ ส่วนใหญ่ยังคงคล้ายกับประชากรทั่วไป ได้แก่ การมีคู่ชีวิตที่มั่นคง การมีความสัมพันธ์ที่เคารพซึ่งกันและกัน การสร้างฐานะ และการดูแลคนในครอบครัว
หลายคนต้องการมีบ้าน มีอาชีพที่มั่นคง มีเงินออม ดูแลบิดามารดา และใช้ชีวิตอย่างสงบ เช่นเดียวกับคนทั่วไป
สำหรับการมีบุตร ความต้องการมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล บางคู่เลือกมีบุตรผ่านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ บางคู่รับบุตรบุญธรรม ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งเลือกใช้ชีวิตคู่โดยไม่มีบุตร ซึ่งล้วนเป็นทางเลือกที่พบได้ทั้งในคู่รักเพศเดียวกันและคู่รักต่างเพศ
สิ่งที่คน LGBTQ+ ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่
- สุขภาพที่ดี
- งานที่มั่นคง
- ความก้าวหน้าในอาชีพ
- ความมั่นคงทางการเงิน
- ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว
- การได้รับความเคารพจากสังคม
- การใช้ชีวิตตามศักยภาพของตนเอง
กล่าวได้ว่า สิ่งที่บุคคล LGBTQ+ ต้องการไม่ได้แตกต่างจากความปรารถนาพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน คือการมีชีวิตที่มั่นคง มีความรัก มีโอกาสทำงาน และได้รับการยอมรับในฐานะสมาชิกที่มีคุณค่าของสังคม
รูปลักษณ์ทางเพศไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุดของชีวิต
ในช่วงวัยรุ่น หลายคนอาจกังวลกับรูปลักษณ์ภายนอก การแต่งกาย หรือการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง ความรู้สึกเหล่านี้พบได้ทั้งในคนทั่วไปและในบุคคล LGBTQ+ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังค้นหาตัวตนของตนเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ สิ่งที่กำหนดคุณภาพชีวิตและความสำเร็จกลับเปลี่ยนจากรูปลักษณ์ภายนอกไปสู่ปัจจัยที่ยั่งยืนกว่า ได้แก่ ความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ความเมตตา และการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์
สำหรับบุคคลข้ามเพศบางรายที่มีภาวะ gender incongruence หรือมีความทุกข์จากความไม่สอดคล้องระหว่างอัตลักษณ์ทางเพศกับร่างกาย การใช้ฮอร์โมนหรือการผ่าตัดอาจเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษาที่เหมาะสม ภายใต้การประเมินและติดตามของทีมสหวิชาชีพ เพื่อช่วยลดความทุกข์และเพิ่มคุณภาพชีวิต
แต่ในขณะเดียวกัน การรักษาดังกล่าวไม่ใช่ความจำเป็นสำหรับบุคคล LGBTQ+ ทุกคน และไม่ควรนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดว่าบุคคลนั้น "เป็น LGBTQ+" มากหรือน้อยเพียงใด เพราะความหลากหลายทางเพศมีหลายมิติ ทั้งรสนิยมทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ และประสบการณ์ชีวิตของแต่ละบุคคล
ท้ายที่สุดแล้ว คุณค่าของคนไม่ได้ถูกกำหนดจากรูปลักษณ์ภายนอกหรือเพศสภาพ แต่เกิดจากการใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ การมีความรับผิดชอบต่อสังคม การเคารพผู้อื่น และการดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ เมื่อบุคคลได้รับโอกาสที่เท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเพศใดหรือมีรสนิยมทางเพศแบบใด ก็สามารถเติบโต สร้างครอบครัว ประสบความสำเร็จในการทำงาน และสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้อย่างงดงาม
ข้อคิดสำคัญ
ความหลากหลายทางเพศเป็นเพียงมิติหนึ่งของความเป็นมนุษย์ มิใช่สิ่งที่กำหนดคุณค่าของบุคคล ความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ และการเคารพผู้อื่น คือรากฐานที่ทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสง่างาม ไม่ว่าจะมีเพศสภาพหรือรสนิยมทางเพศแบบใดก็ตาม