กลุ่มยาปิดตัวรับอัลฟา (α-blockers, ABs)
ตัวรับอัลฟา (α-adrenergic receptors) แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่ α1 และ α2 ซึ่งกระจายอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย โดยบทบาทสำคัญคือควบคุมการหด–คลายตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ส่วนใหญ่ตัวรับอัลฟาจะทำให้กล้ามเนื้อเรียบหดตัว ยกเว้นที่ทางเดินอาหาร (กระเพาะและลำไส้) ซึ่งมีผลทำให้คลายตัว
ตัวรับ α2 บางส่วนอยู่ที่ปลายประสาทด้าน presynaptic ทำหน้าที่เป็นกลไก negative feedback เมื่อมีการหลั่งสาร Norepinephrine มากเกินไป ตัวรับนี้จะช่วยยับยั้งการหลั่งเพิ่มเติม กลุ่มยาปิดตัวรับอัลฟาจะเข้าไปแย่งจับกับตัวรับเหล่านี้ก่อนที่สารสื่อประสาทจะออกฤทธิ์ ส่งผลให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว โดยเฉพาะที่หลอดเลือด ความต้านทานหลอดเลือดส่วนปลายลดลง และความดันโลหิตจึงลดลงตามมา
ยากลุ่มปิดตัวรับอัลฟาสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามความจำเพาะต่อชนิดของตัวรับ ดังนี้
- Non-selective α-blockers ได้แก่ Phenoxybenzamine, Phentolamine, Tolazoline, Trazodon ยากลุ่มนี้ปิดกั้นทั้ง α1 และ α2 ใช้หลักในการรักษาภาวะความดันโลหิตสูงจากเนื้องอกฟีโอโครโมไซโตมา (Pheochromocytoma) ไม่แนะนำให้ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูงทั่วไป เนื่องจากการปิด α2 ที่ปลายประสาท presynaptic จะทำให้ขาดกลไกยับยั้งการหลั่ง Norepinephrine ส่งผลให้หัวใจถูกกระตุ้นมากขึ้น เกิดภาวะ reflex tachycardia ผู้ป่วยมักมีอาการใจสั่นหลังกินยา
- Selective α1-blockers ชื่อยามักลงท้ายด้วย -osin เช่น Alfuzosin, Doxazosin, Prazosin, Tamsulosin, Terazosin, Silodosin ยากลุ่มนี้ไม่ใช่ยาตัวแรกที่แนะนำให้ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากอาจเกิดภาวะ first-dose orthostatic hypotension ทำให้ผู้ป่วยวิงเวียนหรือหน้ามืดเมื่อลุกจากท่านั่งหรือนอน อย่างไรก็ตาม เป็นยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยชายสูงอายุที่มีภาวะต่อมลูกหมากโต เนื่องจากช่วยคลายกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะออกได้สะดวกขึ้น
- Selective α2-blockers ได้แก่ Atipamezole, Idazoxan, Mirtazapine, Yohimbine ยากลุ่มนี้ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศชาย ส่งผลให้เกิดการแข็งตัวได้ แต่เนื่องจากยับยั้ง negative feedback ของระบบ sympathetic จึงทำให้เกิดอาการใจสั่น ความดันโลหิตสูง รวมถึงอาการทางระบบประสาทส่วนกลาง เช่น กระสับกระส่าย หงุดหงิด เครียด และนอนไม่หลับ
ในทางปฏิบัติ ยาบางชนิด เช่น Carvedilol และ Labetalol ซึ่งออกฤทธิ์ปิดกั้นทั้งตัวรับอัลฟาและเบตา ก็ถือว่าเป็น Non-selective α-blockers เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ฤทธิ์ทางคลินิกที่เด่นชัดมาจากการปิดตัวรับเบตามากกว่า จึงมักจัดอยู่ในกลุ่มยาปิดตัวรับเบตาที่ใช้รักษาภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นหลัก
การใช้ยาที่เหมาะสม
- ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง
ยากลุ่มนี้ไม่จัดเป็นยาตัวแรกในการเริ่มรักษาตามแนวทางมาตรฐาน (เช่น JNC-7) เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อภาวะ orthostatic hypotension และ reflex tachycardia ยาที่พอใช้ได้ในบริบทนี้คือ Prazosin และ Doxazosin โดยมักใช้ร่วมกับยาลดความดันกลุ่มอื่น โดยเฉพาะในผู้ป่วยชายสูงอายุที่มีภาวะต่อมลูกหมากโต เพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้งด้านการควบคุมความดันและการขับถ่ายปัสสาวะ
- ใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูงจากเนื้องอกฟีโอโครโมไซโตมา (Pheochromocytoma)
เนื้องอกชนิดนี้พบไม่บ่อย แต่มีการหลั่ง Catecholamine ได้แก่ Epinephrine และ Norepinephrine เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องหรือเป็นพัก ๆ ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงรุนแรง ยาลดความดันทั่วไปมักควบคุมไม่ได้ Phenoxybenzamine เป็นยาหลักที่ใช้ทันทีเมื่อวินิจฉัยได้ เพื่อควบคุมความดันให้ปลอดภัยก่อนการผ่าตัด
- ใช้รักษาภาวะอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว
ยาที่ใช้ ได้แก่ Yohimbine และ Phentolamine โดยออกฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศ อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดจากผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น มือสั่น ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ หงุดหงิด หน้าแดง และคัดจมูก
- ใช้บรรเทาอาการปัสสาวะลำบาก/บ่อย จากภาวะต่อมลูกหมากโต
ภาวะต่อมลูกหมากโตในชายสูงอายุมักพบร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะสะดุด หรือปัสสาวะบ่อย ยาที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะปัสสาวะได้ดี ได้แก่ Prazosin, Doxazosin และ Terazosin ส่วนผู้ที่ไม่มีภาวะความดันโลหิตสูงควรเลือกใช้ Tamsulosin (เช่น Harnal®) เนื่องจากมีผลต่อความดันโลหิตน้อย
- ใช้ในโรคเรย์โนด์ (Raynaud's disease)
โรคเรย์โนด์มีลักษณะการหดตัวของหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าเป็นพัก ๆ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสอากาศเย็น ทำให้เกิดอาการซีด เขียว ชา และปวด เมื่อหลอดเลือดคลายตัว เลือดกลับมาเลี้ยงจะรู้สึกปวดแปลบคล้ายเข็มทิ่ม
สาเหตุของโรคมีได้หลายประการ เช่น การสูบบุหรี่ โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ยาบางชนิด การบาดเจ็บซ้ำ ๆ ของมือหรือเท้า โรคต่อมไร้ท่อ หรือโรคหลอดเลือดแดงโดยตรง
เมื่อไม่สามารถรักษาที่สาเหตุได้ ยากลุ่มปิดตัวรับอัลฟาซึ่งทำให้หลอดเลือดส่วนปลายขยายตัวจะช่วยบรรเทาอาการ โดยยาที่มีรายงานว่าช่วยให้ภาวะหนังแข็ง (sclerotic change) ดีขึ้น ได้แก่ Prazosin และ Yohimbine (เลือกใช้เพียงตัวใดตัวหนึ่ง)
- ใช้ในภาวะ Post Traumatic Stress Disorder (PTSD) ที่รุนแรง
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 มีการศึกษาพบว่า Prazosin สามารถช่วยลดอาการกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ และฝันร้ายในผู้ป่วย PTSD ได้[1], [2], [3] อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมียากลุ่มอื่นที่มีความปลอดภัยและทนต่อยาได้ดีกว่า การใช้ Prazosin ในข้อบ่งชี้นี้จึงลดลง
ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ ภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension) โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยา ผู้ป่วยอาจมีอาการวิงเวียน หน้ามืด หรือเป็นลมได้
ผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้แก่ ใจสั่นจาก reflex tachycardia ภาวะบวมจากน้ำคั่ง ง่วงนอน อ่อนเพลีย ซึมเศร้า และปากแห้ง
ในผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตที่ใช้ Selective α1-blockers บางรายอาจเกิดภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือมีการหลั่งอสุจิย้อนกลับเข้ากระเพาะปัสสาวะ
การใช้ยากลุ่มนี้ร่วมกับยากลุ่ม Phosphodiesterase-5 inhibitor (PDE5I) เช่น Sildenafil อาจเสริมฤทธิ์ทำให้ความดันโลหิตต่ำมากขึ้น จึงควรเริ่ม PDE5I ในขนาดต่ำสุดเมื่อผู้ป่วยใช้ยาปิดตัวรับอัลฟาอยู่เป็นประจำ
ด้วยเหตุที่ผลข้างเคียงพบได้บ่อยและค่อนข้างชัดเจน ยากลุ่มนี้จึงไม่แนะนำให้ใช้เป็นยาตัวแรกในการควบคุมความดันโลหิต มักใช้เป็นยาร่วมเมื่อการรักษาด้วยยากลุ่มอื่นยังไม่สามารถควบคุมความดันได้ตามเป้าหมาย
สรุป
กลุ่มยาปิดตัวรับอัลฟาเป็นยาที่ออกฤทธิ์โดยทำให้กล้ามเนื้อเรียบ โดยเฉพาะหลอดเลือด คลายตัว ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง แม้จะไม่ใช่ยาหลักในการรักษาโรคความดันโลหิตสูงทั่วไป แต่มีบทบาทสำคัญในภาวะเฉพาะ เช่น Pheochromocytoma ภาวะต่อมลูกหมากโต โรคเรย์โนด์ และบางกรณีของ PTSD การเลือกใช้ยากลุ่มนี้จึงควรพิจารณาข้อบ่งชี้อย่างเหมาะสม ชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์และผลข้างเคียง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้ป่วย
บรรณานุกรม
- Peskind, et al. 2003. "Prazosin reduces trauma-related nightmares in older men with chronic posttraumatic stress disorder." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Journal of Geriatric Psychiatry and Neurology. 2003 Sep;16(3):165–171. (7 กุมภาพันธ์ 2569).
- Taylor, et al. 2002. "The alpha1-adrenergic antagonist prazosin improves sleep and nightmares in civilian trauma posttraumatic stress disorder." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Journal of Clinical Psychopharmacology. 2002 Feb;22(1):82-5. (7 กุมภาพันธ์ 2569).
- Raskind, et al. 2007. "A Parallel Group Placebo Controlled Study of Prazosin for Trauma Nightmares and Sleep Disturbance in Combat Veterans with Post-Traumatic Stress Disorder." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Biological Psychiatry. 2007 Apr;61(8): 928–934. (7 กุมภาพันธ์ 2569).