กลุ่มยาขยายหลอดเลือด (Direct vasodilators)

ยากลุ่มขยายหลอดเลือดโดยตรงเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อผนังหลอดเลือดทันที โดยไม่ผ่านกลไกการควบคุมอื่นของร่างกาย จึงสามารถลดความดันโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้มักมีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น และกระตุ้นให้เกิดรีเฟล็กซ์หัวใจเต้นเร็ว (reflex tachycardia) ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกใจสั่น หัวใจทำงานหนักขึ้น จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอยู่ก่อน

นอกจากนี้ ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนว่ายากลุ่มนี้ช่วยปกป้องหัวใจ ไต หรือหลอดเลือดในระยะยาวได้เหมือนยาลดความดันกลุ่มใหม่ จึงไม่แนะนำให้ใช้เป็นยาตัวแรกในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยทั่วไปแพทย์จะใช้เป็นยาเสริมร่วมกับยากลุ่มอื่น หรือใช้ในภาวะความดันโลหิตสูงขั้นวิกฤตเท่านั้น

ยากลุ่มนี้สามารถจำแนกตามข้อบ่งใช้หลักได้เป็น 4 กลุ่มย่อย ได้แก่

  1. กลุ่มที่ใช้ลดความดันโลหิตทั่วไป ได้แก่ Hydralazine และ Sodium nitroprusside
  2. กลุ่มที่ขยายหลอดเลือดแดงโคโรนารีของหัวใจ (Anti-angina) ได้แก่ยากลุ่ม Nitrates เช่น Nitroglycerin, Isosorbide dinitrate, Isosorbide mononitrate เป็นต้น
  3. กลุ่มที่ใช้ลดความดันเลือดในปอด (Pulmonary arterial hypertension, PAH) ได้แก่ Sildenafil, Beraprost, Iloprost, Bosentan, Ambrisentan เป็นต้น (ยา Sildenafil ยังมีฤทธิ์ช่วยให้อวัยวะเพศชายแข็งตัว)
  4. กลุ่มที่ใช้รักษาโรคหลอดเลือดแดงฝอยตีบตัน (Peripheral arterial disease, Intermittent claudication) ได้แก่ Cilostazol, Naftidrofuryl oxalate, Pentoxifylline, Inositol nicotinate เป็นต้น โดยยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ยับยั้งการจับตัวของเกร็ดเลือดที่หลอดเลือดฝอยเป็นหลัก ส่วนฤทธิ์ขยายหลอดเลือดเป็นผลรอง

ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงเฉพาะยาที่ใช้ลดความดันโลหิตทั่วไปเท่านั้น

ผลของยาขยายหลอดเลือดต่อหัวใจ

ยาลดความดันโลหิตหลายกลุ่มที่มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด เช่น ACEIs, ARBs, DRIs, CCBs, ABs รวมถึงยาที่ลดการหลั่งสารสื่อประสาท โดยทั่วไปจะขยายทั้งหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำใกล้เคียงกัน แต่ยาบางชนิดในกลุ่ม direct vasodilators จะขยายหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำไม่เท่ากัน ดังแสดงในตารางด้านล่าง

ยาขยายหลอดเลือดแดงขยายหลอดเลือดดำ
Minoxidil+++++
Hydralazine+++++
Diazoxide+++++
Nitroprusside+++++
Nitrates+
(++ for coronary artery)
++++

ยาที่ขยายหลอดเลือดแดงเป็นหลักจะลดแรงต้านในหลอดเลือดขณะหัวใจบีบตัว ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดออกได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ความดันโลหิตที่ลดลงจะกระตุ้น baroreceptor reflex ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและบีบตัวแรงขึ้น ส่งผลให้ cardiac output (CO) เพิ่มขึ้น เส้นโค้งการทำงานของหัวใจจึงขยับขึ้นด้านบน

เลือดที่ถูกสูบออกไปจะไปคั่งอยู่ในหลอดเลือดดำมากขึ้น ทำให้แรงดันในหัวใจห้องบนขวา (Right atrial pressure; PRA) เพิ่มขึ้น เส้น Venous return (VR) จึงขยับขึ้นจากเส้นสีดำเป็นเส้นสีแดง โดยค่า mean circulatory filling pressure ไม่เปลี่ยนแปลง จุดสมดุลของเส้นการทำงานของหัวใจกับเส้น VR จึงย้ายจากจุด A ไปยังจุด B

ในทางตรงกันข้าม ยาที่ขยายหลอดเลือดดำเป็นหลัก จะทำให้เลือดคั่งอยู่ในหลอดเลือดดำมากขึ้น เลือดไหลกลับสู่หัวใจลดลง แรงดันในหัวใจห้องบนขวาจึงลดลง (⬇ Right atrial pressure, PRA) ส่งผลให้ภาระงานของหัวใจและ cardiac output ลดลง หัวใจทำงานเบาลงและต้องการออกซิเจนน้อยลง ยากลุ่มนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ในกรณีนี้ เส้น Venous return จะเลื่อนลงจากเส้นสีดำเป็นเส้นสีแดง พร้อมกับเส้นโค้งการทำงานของหัวใจที่ลดต่ำลง ทำให้จุดสมดุลย้ายจาก A ไป B

การลดแรงดันในหลอดเลือดดำยังช่วยลดแรงดันในหลอดเลือดฝอยส่วนต้น (proximal capillary hydrostatic pressure) จึงลดการรั่วของสารน้ำออกจากหลอดเลือด อาการบวมน้ำและภาวะน้ำท่วมปอดจึงลดลง ด้วยเหตุนี้ ยาขยายหลอดเลือดดำจึงถูกใช้ร่วมกับยาอื่น ในการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว

ยาที่ขยายทั้งหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำใกล้เคียงกัน จะลดแรงต้านขณะหัวใจบีบตัว พร้อมกับเพิ่มการคั่งของเลือดในหลอดเลือดดำ เลือดไหลกลับสู่หัวใจลดลง ทำให้แรงดันในหัวใจห้องบนขวาลดลงมาก (⬇⬇ PRA) ภาระงานของหัวใจและ cardiac output ลดลง เส้น Venous return เลื่อนลงและถอยหลัง แต่ค่า mean circulatory filling pressure ลดลงไม่มาก จุดสมดุลของระบบจึงขยับจาก A ไป B เพียงเล็กน้อย

ยากลุ่มนี้จึงเหมาะสำหรับการใช้ระยะยาว เนื่องจากไม่เพิ่มภาระงานของหัวใจมากเกินไป และไม่ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำเด่นชัด



การใช้ยาที่เหมาะสม

  1. ใช้เพื่อลดความดันโลหิต
  2. Hydralazine ในรูปแบบยาเม็ด ใช้เป็นยาเสริมร่วมกับยาลดความดันโลหิตกลุ่มอื่น ในกรณีที่ให้ยาหลักในขนาดเต็มแล้วยังควบคุมความดันไม่ได้ ยานี้จะลดความดันได้ดีและออกฤทธิ์รวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับยาปิดกั้นตัวรับเบตา หรือยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์

    Hydralazine และ Sodium nitroprusside ในรูปแบบฉีด ใช้ลดความดันโลหิตสูงขั้นวิกฤต โดยเฉพาะในกรณีที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วย ยา Hydralazine แบบฉีดยังถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ สำหรับใช้ลดความดันโลหิตในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งมีความดันโลหิตสูงมากจนเลือดไปเลี้ยงทารกไม่เพียงพอ

  3. ใช้เพื่อลดการทำงานของหัวใจในโรคหลอดเลือดแดงโคโรนารีตีบ
  4. ยาที่ใช้ในกรณีนี้คือยากลุ่มไนเตรท (Nitrates) ซึ่งมีทั้งชนิดออกฤทธิ์สั้นและเร็ว เช่น Nitroglycerin ให้ทางหลอดเลือดดำ หรือ Isosorbide dinitrate อมใต้ลิ้น สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเฉียบพลัน

    สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังและยังไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัด หรือการสวนหลอดเลือด สามารถใช้ไนเตรทชนิดออกฤทธิ์ยาว รับประทานวันละ 1–2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้มักเกิดภาวะดื้อยา (tolerance) เมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

ยาขยายหลอดเลือดโดยตรงมักกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธทิก และระบบเรนิน–แองจิโอเทนซิน–อัลโดสเตอโรน ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและเกิดการคั่งของน้ำในร่างกาย อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้สามารถลดลงได้ เมื่อใช้ร่วมกับยาปิดกั้นตัวรับเบตา และยาขับปัสสาวะ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของยากลุ่มไนเตรทคืออาการปวดศีรษะ ซึ่งในผู้ป่วยบางรายรุนแรงจนไม่สามารถทนใช้ยาได้ และจำเป็นต้องหยุดยา

สรุป

ยาขยายหลอดเลือดโดยตรงเป็นยาที่ลดความดันโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและออกฤทธิ์รวดเร็ว แต่มีข้อจำกัดจากระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น การกระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็ว และการขาดข้อมูลการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว ปัจจุบันจึงไม่ใช้เป็นยาตัวแรก แต่มีบทบาทสำคัญในฐานะยาเสริม หรือใช้ในภาวะความดันโลหิตสูงขั้นวิกฤต รวมถึงการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยต้องเลือกชนิดยาและเฝ้าระวังผลข้างเคียงอย่างเหมาะสม

บรรณานุกรม

  1. Richard E. Klabunde. "Vasodilator Drugs." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Cardiovascular Pharmacology Concepts. (8 กุมภาพันธ์ 2569).