ยาพราโซซิน (Prazosin)

ยาพราโซซินเป็นยาที่ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ใช้รักษาภาวะต่อมลูกหมากโตเป็นข้อบ่งใช้หลัก และใช้ควบคุมความดันโลหิตสูงเป็นข้อบ่งใช้รอง ในผู้ป่วยที่มีทั้งภาวะความดันโลหิตสูงและต่อมลูกหมากโต ยาพราโซซินจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับใช้เสริมร่วมกับยาลดความดันโลหิตกลุ่มอื่น

ผลข้างเคียงที่สำคัญของยาพราโซซินคือภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า (postural hypotension) ซึ่งเกิดจากการขยายหลอดเลือดส่วนปลาย โดยมักพบในช่วงเริ่มใช้ยา

ที่มาและการออกฤทธิ์:

ยาพราโซซินเป็นยาในกลุ่ม selective α1-blocker ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบที่ผนังหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ รวมถึงกล้ามเนื้อเรียบของกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก ส่งผลให้หลอดเลือดและกล้ามเนื้อดังกล่าวคลายตัว ความดันโลหิตจึงลดลง และกระเพาะปัสสาวะสามารถกักเก็บน้ำปัสสาวะได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยาพราโซซินยังออกฤทธิ์ยับยั้งตัวรับ α1 ในสมอง ทำให้มีการนำไปใช้บำบัดอาการบางประการของโรคจิตประสาทชนิด Post Traumatic Stress Disorder (PTSD) โดยเฉพาะอาการฝันร้ายและการนอนไม่หลับ

เนื่องจากยาพราโซซินไม่ยับยั้งตัวรับ α2 กลไก negative feedback ของ norepinephrine จึงยังคงทำงานอยู่ ทำให้ไม่เกิด reflex tachycardia จากการขยายหลอดเลือด จากการศึกษาพบว่ายานี้ไม่กดการบีบตัวหรืออัตราการเต้นของหัวใจ ไม่เพิ่มระดับ renin ในเลือด และไม่มีผลกระทบต่อการไหลเวียนเลือดเข้า–ออกไต

ยาพราโซซินดูดซึมจากทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ประมาณร้อยละ 60 เริ่มเห็นฤทธิ์ลดความดันโลหิตภายในประมาณ 2 ชั่วโมงหลังรับประทาน ยาจับกับโปรตีนในเลือดสูงถึงร้อยละ 97 จึงทำให้ระยะเวลาออกฤทธิ์ยาวนานประมาณ 10–14 ชั่วโมง แม้ระยะครึ่งชีวิตจะอยู่เพียง 2–3 ชั่วโมง ยาถูกกำจัดที่ตับเป็นหลัก และขับออกทางน้ำดีปะปนมากับอุจจาระ

การใช้ยาที่เหมาะสม

ยาพราโซซินไม่มีรูปแบบยาฉีด มีเฉพาะยาเม็ด ขนาด 1 และ 2 มิลลิกรัม

  1. ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง
  2. ยากลุ่มนี้ไม่ใช่ยาหลักในการเริ่มรักษาตามแนวทางมาตรฐาน JNC-7 แต่เหมาะสำหรับผู้ป่วยชายสูงอายุที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตร่วมด้วย หลักการใช้คือรับประทานครั้งละ 1–3 มิลลิกรัม วันละ 2–3 ครั้ง เนื่องจากยาออกฤทธิ์ไม่ครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคืออาการวิงเวียนหรือวูบเมื่อลุกขึ้นยืน ซึ่งมักลดลงเมื่อใช้ยาต่อเนื่อง

    ขนาดยาในเด็กคือ 0.05–0.1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน แบ่งให้ทุก 8 ชั่วโมง ขนาดสูงสุดไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อวัน เด็กมักทนต่ออาการวิงเวียนขณะเปลี่ยนท่าได้ดีกว่าผู้ใหญ่

  3. ใช้บรรเทาอาการปัสสาวะลำบาก/บ่อย จากภาวะต่อมลูกหมากโต
  4. ขนาดยาที่ใช้คือรับประทานครั้งละ 0.5–2 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมง ผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะความดันโลหิตสูงควรเฝ้าระวังภาวะความดันต่ำ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยา

  5. ใช้ในโรคเรย์โนด์ (Raynaud's disease)
  6. ยาพราโซซินสามารถขยายหลอดเลือดแดงส่วนปลาย ลดภาวะหลอดเลือดหดเกร็งและอาการหนังแข็งจากการขาดเลือดเรื้อรัง ขนาดยาที่ใช้คือ 0.5–1 มิลลิกรัม วันละครั้ง ก่อนนอน

  7. ใช้ในภาวะ Post Traumatic Stress Disorder (PTSD) ที่รุนแรง
  8. ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 มีการศึกษาการใช้ยาพราโซซินขนาด 1–2 มิลลิกรัมก่อนนอน ในผู้ป่วยที่มีภาวะ PTSD รุนแรง พบว่าสามารถลดอาการกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ และฝันร้ายได้ [1], [2], [3] อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมียากลุ่มจิตเวชที่มีความปลอดภัยสูงกว่า แพทย์จึงลดการใช้ยาพราโซซินในข้อบ่งใช้นี้ลง



ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า (orthostatic หรือ postural hypotension) ซึ่งมักเกิดในช่วงเริ่มใช้ยา ผู้ป่วยอาจมีอาการวิงเวียน หน้ามืด หรือเป็นลม ควรแนะนำให้นอนลงทันทีเมื่อมีอาการ และพักจนกว่าอาการจะทุเลา

การใช้ยาพราโซซินร่วมกับยากลุ่ม phosphodiesterase-5 inhibitors (PDE5I) เช่น sildenafil (Viagra®) อาจเสริมฤทธิ์ลดความดันโลหิตของกันและกัน จึงควรเริ่มใช้ PDE5I ในขนาดต่ำสุด และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ยากลุ่ม selective α1-blockers อาจก่อให้เกิดความผิดปกติของม่านตาและระบบสืบพันธุ์ในบางราย เช่น ภาวะม่านตาอ่อนระหว่างผ่าตัดตา (Intraoperative Floppy Iris Syndrome, IFIS) ซึ่งโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องหยุดยาก่อนผ่าตัด รวมถึงภาวะอวัยวะเพศชายแข็งตัวนานผิดปกติ (priapism) ภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือการหลั่งอสุจิย้อนกลับเข้ากระเพาะปัสสาวะ (retrograde ejaculation)

ผลข้างเคียงอื่นที่อาจพบได้ ได้แก่ อาการบวม มีไข้ ผื่น คัดจมูก ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน ตับอ่อนอักเสบ และภาวะปัสสาวะไม่ออกจากการที่กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะคลายตัวมากเกินไป

สรุป

ยาพราโซซินเป็นยาในกลุ่ม selective α1-blocker ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะต่อมลูกหมากโต และสามารถใช้ควบคุมความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยที่เหมาะสมได้ ยาออกฤทธิ์โดยการคลายกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดและทางเดินปัสสาวะ ทำให้ความดันโลหิตลดลงและการถ่ายปัสสาวะดีขึ้น แม้จะมีข้อดีในด้านการไม่กระตุ้นหัวใจ แต่ต้องระวังภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยา การเลือกใช้ยาพราโซซินควรพิจารณาตามข้อบ่งใช้ ประโยชน์ และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างรอบคอบ

บรรณานุกรม

  1. Peskind, et al. 2003. "Prazosin reduces trauma-related nightmares in older men with chronic posttraumatic stress disorder." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Journal of Geriatric Psychiatry and Neurology. 2003 Sep;16(3):165–171. (7 กุมภาพันธ์ 2569).
  2. Taylor, et al. 2002. "The alpha1-adrenergic antagonist prazosin improves sleep and nightmares in civilian trauma posttraumatic stress disorder." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Journal of Clinical Psychopharmacology. 2002 Feb;22(1):82-5. (7 กุมภาพันธ์ 2569).
  3. Raskind, et al. 2007. "A Parallel Group Placebo Controlled Study of Prazosin for Trauma Nightmares and Sleep Disturbance in Combat Veterans with Post-Traumatic Stress Disorder." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Biological Psychiatry. 2007 Apr;61(8): 928–934. (7 กุมภาพันธ์ 2569).