ยากลุ่มทริปแทน (Triptans, serotonin receptor agonists)
ยากลุ่มทริปแทนเป็นยาบรรเทาอาการปวดศีรษะจากโรคคลัสเตอร์ (Cluster) และไมเกรน (Migraine) เท่านั้น ไม่มีผลต่ออาการปวดชนิดอื่น และไม่ควรใช้ร่วมกับยากลุ่มเออร์กอต อัลคาลอยด์ เพราะออกฤทธิ์คล้ายกันคือหดหลอดเลือด การใช้คู่กันอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะอื่นไม่พอ เกิดภาวะขาดเลือดหรือเนื้อตายได้
ที่มาและการออกฤทธิ์:
แม้กลไกการเกิดโรคไมเกรนและโรคคลัสเตอร์จะยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างสมบูรณ์ แต่พบชัดเจนว่ายาที่ออกฤทธิ์ผ่านระบบซีโรโทนินสามารถบรรเทาอาการปวดของทั้งสองโรคนี้ได้ เมื่อลงลึกไปถึงตัวรับซีโรโทนิน (5-hydroxytryptamine receptors หรือ 5-HT receptors) จะพบว่ามีอยู่หลายชนิด ปัจจุบันจำแนกได้อย่างน้อย 7 กลุ่มใหญ่ และมากกว่า 14 กลุ่มย่อย กระจายอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย โดยการกระตุ้นตัวรับแต่ละชนิดจะก่อให้เกิดผลทางชีวเคมีที่แตกต่างกัน
ตัวรับซีโรโทนินที่พบมากในสมองส่วนกลางจัดอยู่ในกลุ่ม 5-HT1 receptors และตัวรับที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหลอดเลือดสมอง ได้แก่ 5-HT1B, 5-HT1D และ 5-HT1F
ขณะที่ยากลุ่มเออร์กอต อัลคาลอยด์ ซึ่งได้จากธรรมชาติ ออกฤทธิ์กระตุ้นตัวรับทั้ง adrenergic, dopaminergic, และ 5-HT1A, 1B, 1D, 1F, 2A, 2C, 3, 4 ยากลุ่มทริปแทนเป็นยาสังเคราะห์ให้ออกฤทธิ์กระตุ้นเฉพาะตัวรับซีโรโทนินกลุ่ม 1 จึงออกฤทธิ์ที่สมองเสียเป็นส่วนใหญ่ (ยกเว้นหลอดเลือดหัวใจที่มีตัวรับ 5-HT1B ด้วยแต่น้อยกว่า 5-HT2A) ทำให้ยากลุ่มทริปแทนมีผลข้างเคียงต่ออวัยวะอื่นน้อยกว่ายากลุ่มเออร์กอต อัลคาลอยด์
ยากลุ่มทริปแทนมีหลายชนิด แต่ทุกชนิดมีโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงแหวนอินโดล (indole) คล้ายซีโรโทนิน และออกฤทธิ์กระตุ้นตัวรับ 5-HT1B/1D เหมือนกัน ความแตกต่างของยาแต่ละตัวอยู่ที่ความเร็วในการออกฤทธิ์ ระยะเวลาการออกฤทธิ์ และการกระตุ้นตัวรับซีโรโทนินชนิดอื่นเพิ่มเติม เช่น Frovatriptan สามารถกระตุ้น 5-HT7 receptor ได้ และ Almotriptan สามารถกระตุ้น 5-HT1F receptor ได้
ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยไมเกรนหรือคลัสเตอร์ที่ไม่ตอบสนองต่อทริปแทนชนิดหนึ่ง อาจตอบสนองต่อทริปแทนอีกชนิดหนึ่งได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ป่วยประมาณหนึ่งในสามที่ไม่ตอบสนองต่อยากลุ่มทริปแทนเลย และจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มเออร์กอต อัลคาลอยด์แทน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ายังไม่เข้าใจกลไกการกำเริบของโรคทั้งสองนี้อย่างครบถ้วน
ฤทธิ์ของยากลุ่มทริปแทนที่สำคัญได้แก่
- กระตุ้นตัวรับ 5-HT1B ทำให้หลอดเลือดหดตัว
- กระตุ้นตัวรับ 5-HT1D เพื่อลดการหลั่งสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดและการอักเสบ
- ยับยั้งการกระตุ้นเส้นประสาทไตรเจมินัล (Trigeminal nerve) ลดความรู้สึกปวดบริเวณหน้าผากและดวงตา
- ยับยั้งการขยายตัวของหลอดเลือดที่เยื่อหุ้มสมอง
การใช้ยาที่เหมาะสม
ยากลุ่มทริปแทนมีข้อบ่งใช้เฉพาะในการบรรเทาอาการปวดศีรษะจากไมเกรนและคลัสเตอร์เท่านั้น ขนาดยา รูปแบบยา และวิธีใช้จะแตกต่างกันไปตามชนิดของยา ดังตารางต่อไปนี้
| ตัวยา | รูปยา | วิธีใช้ |
| Almotriptan | เม็ด ขนาด 6.25, 12.5 มิลลิกรัม | รับประทานครั้งละ 6.25-12.5 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมงถ้ายังไม่หายปวด สูงสุดไม่เกิน 25 มิลลิกรัม/วัน
|
| Eletriptan | เม็ด ขนาด 20, 40 มิลลิกรัม | รับประทานครั้งละ 20-40 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 80 มิลลิกรัม/วัน |
| Frovatriptan | เม็ด ขนาด 2.5 มิลลิกรัม | รับประทานครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ทุก 4 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 3 เม็ด/วัน |
| Naratriptan | เม็ด ขนาด 1, 2.5 มิลลิกรัม | รับประทานครั้งละ 1-2.5 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก 4 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 5 มิลลิกรัม/วัน |
| Rizatriptan | เม็ด ขนาด 5, 10 มิลลิกรัม | รับประทานครั้งละ 5-10 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 30 มิลลิกรัม/วัน |
| Sumatriptan | - เม็ด 25, 50, 100 มิลลิกรัม - สเปรย์พ่นจมูก 5, 20 มิลลิกรัม/ครั้ง - ยาฉีด 4, 6 มิลลิกรัม/หลอด - แผ่นแปะผิวหนัง 6.5 มิลลิกรัม/แผ่น | - ยาเม็ด รับประทานครั้งละ 25-100 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/วัน - สเปรย์พ่นจมูก พ่นครั้งละ 5-20 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 40 มิลลิกรัม/วัน - ยาฉีด ฉีดใต้ผิวหนังครั้งละ 4-6 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก 1 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 12 มิลลิกรัม/วัน - แผ่นแปะ แปะครั้งละ 1 แผ่น อยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง หรือจนกว่าแสง LED ที่แผ่นจะหายไป แผ่นที่สองอาจเริ่มได้หลังแปะแผ่นแรกไปแล้ว 2 ชั่วโมงถ้ายังปวดมากอยู่ สูงสุดไม่เกิน 2 แผ่น/วัน |
| Zolmitriptan | - เม็ด 2.5, 5 มิลลิกรัม - สเปรย์พ่นจมูก 5 มิลลิกรัม/ครั้ง | - ยาเม็ด รับประทานครั้งละ 2.5 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม/วัน - สเปรย์พ่นจมูก พ่นครั้งละ 5 มิลลิกรัม ซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมง สูงสุดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม/วัน |
ยากลุ่มนี้ใช้ได้เฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น ยังไม่มีการรับรองความปลอดภัยในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง
ผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มทริปแทนมักบ่นเรื่องง่วงนอน คิดช้า เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หน้าแดง ความดันโลหิตสูง ใจเต้นเร็ว รู้สึกแน่นหน้าอก หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรไต่ตามตัว อาการเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการหดตัวของหลอดเลือดในอวัยวะที่มีตัวรับซีโรโทนิน
จึงห้ามใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบตัน หรือผู้ที่มีความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้ และควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง อ้วน สูบบุหรี่ หรือเคยมีอัมพฤกษ์อัมพาตมาก่อน
นอกจากนี้ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคตับรุนแรง โรคไต โรคลมชัก ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ผู้สูงอายุ สตรีตั้งครรภ์ และสตรีให้นมบุตร
ยากลุ่มทริปแทนไม่ควรใช้ร่วมกับยาในกลุ่มต่อไปนี้
- ยากลุ่มเออร์กอต อัลคาลอยด์ เพราะเสริมการหดตัวของหลอดเลือดนอกสมองจนอาจเป็นอันตรายได้ ต้องเว้นอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังใช้ Ergotamine, Dihydroergotamine หรือ Methylsergide
- ยาต้านซึมเศร้าประเภท SSRIs (selective serotonin reuptake inhibitors) หรือ SNRIs (Serotonin—norepinephrine reuptake inhibitor) เพราะยาทั้งสองกลุ่มนี้ก็เพิ่มระดับซีโรโทนินในร่างกาย การใช้ร่วมกันอาจทำให้เกิดภาวะ serotonin syndrome ผู้ป่วยจะปวดศีรษะ ประสาทหลอน มีไข้สูง อาเจียน ท้องเสีย เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นผิดปกติ มือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ชัก และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
- ยาต้านซึมเศร้าประเภท MAOIs (Monoamine oxidase inhibitors) เพราะยากลุ่มทริปแทนทุกตัวยกเว้น Naratriptan ถูกกำจัดด้วยเอ็นไซม์ Monoamine oxidase เมื่อเอ็นไซม์ตัวนี้ไม่ทำงานเพราะถูกยาอีกตัวต้านไว้ ก็อาจเกิดพิษของทริปแทนได้ การจะใช้ทริปแทนต้องหยุดยากลุ่ม MAOIs ไปแล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- การใช้ยา Almotriptan ร่วมกับยา Verapamil และ Ketoconazole จะเพิ่มระดับยา Almotriptan ในกระแสเลือดจนอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงตามมาได้ หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันควรลดขนาดยา Almotriptan ลงครึ่งหนึ่ง
- การใช้ยา Rizatriptan ร่วมกับยา Propranolol จะเพิ่มระดับยา Rizatriptan ในกระแสเลือด หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันควรลดขนาดยา Rizatriptan ลงครึ่งหนึ่ง
สิ่งสำคัญที่ควรจำคือ ยากลุ่มทริปแทนออกฤทธิ์บรรเทาปวดเมื่ออาการของไมเกรนหรือคลัสเตอร์กำเริบขึ้นแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้เพื่อป้องกันอาการที่ยังไม่ปรากฏได้
สรุป
ยากลุ่มทริปแทนเป็นยาหลักในการรักษาอาการปวดศีรษะจากไมเกรนและคลัสเตอร์ โดยออกฤทธิ์จำเพาะต่อระบบซีโรโทนินในสมอง ช่วยลดการขยายตัวของหลอดเลือดและการส่งสัญญาณความเจ็บปวด แม้จะมีประสิทธิภาพสูงและผลข้างเคียงน้อยกว่ายากลุ่มเออร์กอต อัลคาลอยด์ แต่ยานี้มีข้อห้ามใช้และข้อควรระวังสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจและการใช้ร่วมกับยาบางชนิด การเลือกใช้ยาทริปแทนจึงควรพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย และใช้เฉพาะในช่วงที่อาการกำเริบเท่านั้น