สารต้องห้ามในนักกีฬา (ตอนที่ 4) |
สารต้องห้ามของกีฬาบางประเภท (P1) และแอลกอฮอล์
สารต้องห้ามส่วนใหญ่ของ WADA ใช้กับนักกีฬาทุกประเภท แต่ยังมีสารบางกลุ่มที่ให้ความได้เปรียบเฉพาะกีฬาที่ต้องอาศัย "ความนิ่ง ความแม่นยำ และการควบคุมอารมณ์" มากกว่าความแข็งแรงหรือความเร็ว สารเหล่านี้จึงถูกห้ามเฉพาะนักกีฬาบางชนิดกีฬาเท่านั้น
ปัจจุบันมีเพียงกลุ่มเดียวที่อยู่ในหมวด P1 คือ Beta-blockers หรือยาต้านตัวรับเบตา ส่วนข้อกำหนดเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ แม้จะเคยอยู่ในบัญชีสารต้องห้ามของ WADA แต่ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการกำกับดูแล ซึ่งนักกีฬาควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง
P1: ยาต้านตัวรับเบตา (Beta-blockers)
Beta-blockers เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งตัวรับเบตา (β-adrenergic receptors) ของระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้หัวใจเต้นช้าลง ลดแรงบีบตัวของหัวใจ ลดความดันโลหิต และลดอาการมือสั่นจากความเครียดหรือความตื่นเต้น
ในผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง ยากลุ่มนี้มีประโยชน์อย่างมาก แต่สำหรับนักกีฬาที่ต้องใช้ความแม่นยำในการเล็งเป้าหรือควบคุมการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ยากลุ่มนี้สามารถเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่างยาในกลุ่ม Beta-blockers
- Propranolol
- Atenolol
- Metoprolol
- Bisoprolol
- Nadolol
- Carvedilol
- Labetalol
- Esmolol
- Nebivolol
- Timolol (รวมถึงยาหยอดตาบางชนิด)
- Betaxolol
- Sotalol
แม้แต่ยาหยอดตารักษาต้อหินที่มี Timolol หรือ Betaxolol ก็สามารถถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ และอาจมีผลต่อการตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬาบางประเภท
Beta-blockers ใช้รักษาโรคอะไรบ้าง
- ความดันโลหิตสูง
- โรคหลอดเลือดหัวใจ
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ภาวะหัวใจล้มเหลวบางชนิด
- ไมเกรน (ใช้เพื่อป้องกันการเกิด)
- Essential Tremor (โรคมือสั่น)
- ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน
- ต้อหิน (รูปแบบยาหยอดตา)
ยากลุ่มนี้เมื่อใช้ติดต่อกันนาน ๆ การหยุดยาทันทีจะทำให้โรคกำเริบรุนแรงกว่าเดิม จึงต้องค่อย ๆ ลดยาจนหมดใน 4-8 สัปดาห์ หากจำเป็นต้องมียาทดแทน ให้เริ่มได้ตั้งแต่ที่ยังลดยาไม่หมด
ห้ามใช้ในกีฬาประเภทใด
WADA กำหนดให้ Beta-blockers เป็นสารต้องห้ามเฉพาะกีฬาที่สหพันธ์กีฬานานาชาติกำหนด โดยอาจแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
1. ห้ามทั้งในและนอกการแข่งขัน (In-Competition และ Out-of-Competition)
กีฬาที่มีการควบคุมต่อเนื่องตลอดฤดูกาล เช่น
- กีฬายิงปืน (Shooting - ISSF)
นักกีฬายิงปืนจึงไม่สามารถใช้ Beta-blockers ได้แม้ในช่วงฝึกซ้อม เว้นแต่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดของสหพันธ์กีฬาและผ่านกระบวนการ TUE
2. ห้ามเฉพาะระหว่างการแข่งขัน (In-Competition)
ตัวอย่างกีฬา ได้แก่
- ยิงธนู (Archery - World Archery)
- บิลเลียดและสนุกเกอร์ (บางรายการแข่งขัน)
- กีฬาที่สหพันธ์กีฬากำหนดเพิ่มเติมในแต่ละปี
หมายเหตุ รายชื่อชนิดกีฬาที่ใช้ Beta-blockers แตกต่างกันตามข้อกำหนดของแต่ละสหพันธ์กีฬา และอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ นักกีฬาควรตรวจสอบข้อบังคับของสหพันธ์กีฬาที่ตนสังกัดควบคู่กับ Prohibited List ของ WADA ทุกปี
หากจำเป็นต้องใช้ Beta-blockers มีทางเลือกหรือไม่
ขึ้นอยู่กับโรคที่รักษา เนื่องจาก Beta-blockers เป็นยาหลักในหลายโรค แต่หลายกรณีสามารถใช้ยาในกลุ่มอื่นทดแทนได้ โดยต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์
ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
- Angiotensin Receptor Blockers (ARBs)
- Calcium Channel Blockers
- ACE inhibitors
ผู้ป่วยไมเกรน
- Topiramate
- Valproate
- CGRP monoclonal antibodies
- Flunarizine (ในประเทศที่มีใช้)
ผู้ป่วยต้อหิน
- Prostaglandin analogues
- Carbonic anhydrase inhibitors
- Alpha-2 agonists
หากไม่มีทางเลือกอื่น นักกีฬาอาจต้องยื่นขอ Therapeutic Use Exemption (TUE) ก่อนเข้าร่วมการแข่งขัน
ข้อกำหนดเกี่ยวกับแอลกอฮอล์
ในอดีต WADA เคยกำหนดให้แอลกอฮอล์เป็นสารต้องห้ามในกีฬาบางประเภท เนื่องจากเชื่อว่าการดื่มในปริมาณเล็กน้อยอาจลดความวิตกกังวล และช่วยให้การแข่งขันบางชนิดมีความนิ่งมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการประเมินข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และความเหมาะสมในการบังคับใช้กฎ WADA ได้ ถอด "Alcohol" ออกจาก Prohibited List ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018
ปัจจุบัน
- แอลกอฮอล์ ไม่ใช่สารต้องห้ามของ WADA
- WADA ไม่กำหนดค่าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดหรือปัสสาวะสำหรับการตรวจสารต้องห้าม
- ไม่มีการลงโทษตามกฎ Anti-Doping เพียงเพราะตรวจพบแอลกอฮอล์
แล้วนักกีฬาสามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่
แม้ WADA จะไม่ห้าม แต่ไม่ได้หมายความว่านักกีฬาควรดื่มก่อนการแข่งขัน เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลเสียต่อสมรรถนะหลายด้าน เช่น
- การตัดสินใจช้าลง
- การทรงตัวลดลง
- ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง
- การมองเห็นแย่ลง
- ร่างกายขาดน้ำ
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
- ลดคุณภาพการนอนและการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
นอกจากนี้ บางสหพันธ์กีฬานานาชาติหรือบางรายการแข่งขัน อาจยังคงมีข้อบังคับเฉพาะเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อความปลอดภัย เช่น กีฬาเครื่องยนต์ กีฬาทางอากาศ หรือกีฬาที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ ดังนั้นนักกีฬาควรตรวจสอบระเบียบของสหพันธ์กีฬาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
คำแนะนำสำหรับแพทย์และเภสัชกร
- สอบถามเสมอว่าผู้ป่วยเป็นนักกีฬาที่อยู่ในระบบการแข่งขันหรือไม่
- ตรวจสอบว่านักกีฬาแข่งขันกีฬาประเภทใด เพราะ Beta-blockers ไม่ได้ห้ามในทุกชนิดกีฬา
- ตรวจสอบยาหยอดตาที่มี Timolol หรือ Betaxolol ก่อนสั่งใช้
- เลือกยาทดแทนที่ไม่อยู่ในบัญชีสารต้องห้ามเมื่อสามารถทำได้
- หากจำเป็นต้องใช้ Beta-blockers ควรพิจารณาการขอ TUE ตามข้อกำหนดขององค์กรกีฬา
สรุป
ปัจจุบันสารต้องห้ามที่ใช้เฉพาะกีฬาบางประเภทมีเพียงกลุ่ม P1 Beta-blockers ซึ่งช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ ลดอาการมือสั่น และเพิ่มความแม่นยำ จึงถูกห้ามในกีฬาที่ต้องอาศัยการเล็งเป้าหรือความนิ่งเป็นพิเศษ เช่น ยิงปืนและยิงธนู ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่อยู่ในบัญชีสารต้องห้ามของ WADA แล้ว แต่ยังอาจถูกควบคุมโดยข้อบังคับเฉพาะของสหพันธ์กีฬา และยังส่งผลเสียต่อสมรรถนะและความปลอดภัยของนักกีฬา จึงควรหลีกเลี่ยงก่อนการแข่งขันทุกกรณี
ตอนต่อไป: คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับสารต้องห้ามในนักกีฬา เช่น หากป่วยเป็นหวัดต้องทำอย่างไร อาหารเสริมปลอดภัยหรือไม่ ต้องขอ TUE เมื่อใด และหากตรวจพบสารต้องห้ามจะมีขั้นตอนอย่างไร