โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน
(Immune Thrombocytopenic Purpura, ITP)
โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน (Immune Thrombocytopenic Purpura: ITP) เป็นโรคทางโลหิตวิทยาที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างแอนติบอดีต่อเกล็ดเลือด ทำให้เกล็ดเลือดถูกทำลายมากผิดปกติ ส่งผลให้มีจำนวนเกล็ดเลือดต่ำและเกิดภาวะเลือดออกง่าย พบได้ในทุกเพศทุกวัย โดยมีอุบัติการณ์ประมาณ 2–4 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปีในผู้ใหญ่ และสูงกว่านี้เล็กน้อยในเด็ก
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
โรค ITP เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างแอนติบอดี (ส่วนใหญ่เป็นชนิด IgG) ที่จับกับผิวของเกล็ดเลือด ทำให้เซลล์ของม้ามและตับจดจำและทำลายเกล็ดเลือดเหล่านั้นเร็วกว่าปกติ บางรายอาจมีการยับยั้งการสร้างเกล็ดเลือดในไขกระดูกร่วมด้วย
แบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก:
- ITP ชนิดเฉียบพลัน (Acute ITP): พบบ่อยในเด็ก มักเกิดหลังการติดเชื้อไวรัส เช่น หัด หัดเยอรมัน หรือไข้หวัดใหญ่ และมักหายได้เองภายในไม่กี่เดือน
- ITP ชนิดเรื้อรัง (Chronic ITP): พบบ่อยในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเพศหญิงวัย 20–40 ปี มักเป็นแบบเรื้อรังและต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง
ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:
- โรคภูมิคุ้มกันตนเอง เช่น SLE
- การติดเชื้อไวรัส เช่น HIV, Hepatitis C, Epstein-Barr virus
- การใช้ยาบางชนิด เช่น Quinidine, Heparin, Sulfa drugs
- หลังการฉีดวัคซีนบางชนิด (เช่น MMR) ในเด็ก
- พันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน (ในบางกรณี)
อาการและอาการแสดง
ผู้ป่วย ITP มักไม่มีอาการทั่วไประบบอื่น ยกเว้นอาการเลือดออกจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โดยอาการจะสัมพันธ์กับระดับเกล็ดเลือดในเลือด ดังนี้:
- เลือดออกใต้ผิวหนัง: จุดเลือดเล็กๆ (petechiae) หรือรอยช้ำ (purpura, ecchymosis)
- เลือดออกจากเยื่อบุ: เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดา หรือเลือดออกในช่องปาก
- เลือดออกภายใน: เช่น ปัสสาวะหรืออุจจาระมีเลือด, เลือดออกในทางเดินอาหาร
- ในรายรุนแรง: อาจมีเลือดออกในสมอง ซึ่งเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต
โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะไม่มีอาการม้ามโต ตับโต หรือซีดเด่นชัด ยกเว้นมีภาวะเลือดออกมาก
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยโรค ITP อาศัยการตัดสาเหตุอื่นของภาวะเกล็ดเลือดต่ำออกไป โดยอาศัยการตรวจเลือดและการประเมินทางคลินิกเป็นหลัก
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- Complete blood count (CBC): พบจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ (<100,000/µL) แต่เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวปกติ
- Peripheral blood smear: เกล็ดเลือดขนาดใหญ่ขึ้น (large platelets), ไม่มี fragment cells
- Bone marrow examination: พบ megakaryocytes เพิ่มขึ้น (กรณีที่ต้องการยืนยัน)
- Antiplatelet antibody test: ใช้สนับสนุนการวินิจฉัยแต่ไม่จำเป็นในทุกราย
- ตรวจหาโรคอื่นร่วม: เช่น ANA, HIV, Hepatitis B/C
การวินิจฉัยแยกโรค
| โรค |
ลักษณะที่แตกต่าง |
| Aplastic anemia |
เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวต่ำร่วมด้วย, ไขกระดูกมีเซลล์ลดลง |
| Thrombotic thrombocytopenic purpura (TTP) |
มีไข้ ชัก หรือความผิดปกติทางระบบประสาท, ตรวจพบ schistocytes |
| Disseminated intravascular coagulation (DIC) |
มีภาวะเลือดออกทั่วร่างกาย, PT/aPTT ผิดปกติ, fibrinogen ต่ำ |
| Drug-induced thrombocytopenia |
สัมพันธ์กับการใช้ยาบางชนิดและดีขึ้นเมื่อหยุดยา |
| Hypersplenism |
ม้ามโต ตรวจพบเกล็ดเลือดต่ำจากการกักเก็บในม้าม |
การรักษา
เป้าหมายของการรักษาคือเพิ่มระดับเกล็ดเลือดเพื่อลดความเสี่ยงของเลือดออก โดยไม่จำเป็นต้องทำให้เกล็ดเลือดกลับสู่ระดับปกติในทุกราย การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและอาการของผู้ป่วย
- การรักษาเบื้องต้น:
- Corticosteroids เช่น Prednisolone หรือ Dexamethasone เป็นยาหลักในการรักษา
- ในเด็กบางรายที่ไม่มีอาการเลือดออกชัดเจน อาจเฝ้าระวังโดยไม่ให้ยา
- การรักษาเพิ่มเติม:
- Intravenous immunoglobulin (IVIG) ใช้ในรายที่เลือดออกมากหรือเตรียมผ่าตัด
- Anti-D immunoglobulin สำหรับผู้ป่วย Rh-positive บางราย
- การรักษาในรายเรื้อรังหรือดื้อต่อการรักษา:
- Splenectomy (ผ่าตัดม้าม) ช่วยลดการทำลายเกล็ดเลือด
- ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น Azathioprine, Rituximab, Mycophenolate mofetil
- ยากลุ่ม Thrombopoietin receptor agonists เช่น Eltrombopag, Romiplostim
- การรักษาประคับประคอง: หลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินหรือ NSAIDs และการบาดเจ็บที่อาจทำให้เลือดออก
พยากรณ์โรค
ผู้ป่วยเด็กส่วนใหญ่ที่เป็น ITP ชนิดเฉียบพลันมักหายได้เองภายใน 6 เดือน ส่วนผู้ใหญ่ที่เป็นเรื้อรังอาจต้องรักษาอย่างต่อเนื่องแต่สามารถควบคุมอาการได้ อัตราการเสียชีวิตต่ำมาก โดยส่วนใหญ่เกิดจากภาวะเลือดออกในสมอง ซึ่งพบได้น้อยกว่า 1%
การป้องกัน
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรค ITP โดยตรง อย่างไรก็ตาม การหลีกเลี่ยงยาที่อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกัน การรักษาการติดเชื้อไวรัสให้หายขาด และการดูแลสุขภาพทั่วไปสามารถลดความเสี่ยงของการกำเริบของโรคได้
สรุป
โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน (Immune Thrombocytopenic Purpura) เป็นภาวะที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเกล็ดเลือดของตนเอง ทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่ายและจุดเลือดตามผิวหนัง การวินิจฉัยต้องอาศัยการตัดโรคอื่นที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำออกไป การรักษาหลักคือยากลุ่ม corticosteroids และ IVIG ส่วนรายเรื้อรังอาจต้องผ่าตัดม้ามหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกันเพิ่มเติม แม้ไม่สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ แต่หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดี