โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผสม (Mixed Connective Tissue Disease, MCTD)
โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผสม (MCTD) เป็นโรคภูมิต้านตนเองชนิดหนึ่งที่พบได้ไม่บ่อยนัก โดยคิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 0.2–2% ของผู้ป่วยโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันทั้งหมด พบได้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 8–9 เท่า โดยมักเริ่มแสดงอาการในช่วงอายุ 20–50 ปี
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุของโรค MCTD ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างแอนติบอดีมาต่อต้านเนื้อเยื่อตนเอง ร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- พันธุกรรม: พบความสัมพันธ์กับยีน HLA-DR4 และ HLA-DR2 ซึ่งเพิ่มความไวต่อการเกิดโรค
- สิ่งแวดล้อม: การติดเชื้อไวรัสบางชนิดอาจเป็นตัวกระตุ้นการตอบสนองภูมิคุ้มกันผิดปกติ
- ฮอร์โมนเพศ: พบมากในเพศหญิง จึงเชื่อว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
อาการและอาการแสดง
โรค MCTD เป็นภาวะที่มีอาการผสมกันของโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหลายชนิด โดยเฉพาะ SLE (โรคเอสแอลอี), Systemic Sclerosis (โรคหนังแข็ง) และ Polymyositis (กล้ามเนื้ออักเสบ) อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- อาการทั่วไป: อ่อนเพลีย มีไข้ น้ำหนักลด
- อาการระบบกล้ามเนื้อและข้อ: ปวดข้อ ข้อบวม กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- อาการทางผิวหนัง: นิ้วมือซีดและเปลี่ยนสีเมื่อถูกความเย็น (Raynaud’s phenomenon), ผิวหนังแข็งตึง
- อาการทางหลอดเลือด: ความดันโลหิตสูงในปอด (Pulmonary hypertension)
- อาการทางหัวใจและปอด: เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
- อาการทางไต: โดยทั่วไปจะไม่รุนแรงเท่า SLE แต่บางรายอาจมีโปรตีนในปัสสาวะ
- ระบบประสาท: พบได้น้อย เช่น ชาปลายมือปลายเท้า หรือปลายประสาทอักเสบ
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยโรค MCTD อาศัยทั้งอาการทางคลินิกและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยจุดสำคัญคือการตรวจพบแอนติบอดีต่อต้านโปรตีน U1-RNP ในระดับสูง ร่วมกับอาการของโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่นๆ อย่างน้อยสองโรคขึ้นไป เช่น SLE, Scleroderma และ Polymyositis
- การตรวจเลือด: พบแอนติบอดี anti-U1-RNP เด่นชัด
- ANA: ให้ผลบวกแบบ speckled pattern
- การตรวจทางคลินิก: มีอาการผสม เช่น Raynaud’s phenomenon, ข้ออักเสบ, กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือผิวหนังแข็ง
การวินิจฉัยแยกโรค
| โรค |
ลักษณะเด่นทางคลินิก |
แอนติบอดีจำเพาะ |
ลักษณะเฉพาะที่ต่างจาก MCTD |
| MCTD |
อาการผสมของ SLE, Scleroderma, Polymyositis |
anti-U1-RNP บวกสูง |
ผิวหนังแข็งไม่รุนแรง, ไตอักเสบน้อย |
| SLE |
ผื่นรูปผีเสื้อ, ไตอักเสบ, เม็ดเลือดต่ำ |
anti-dsDNA, anti-Sm |
ไม่มีผิวหนังแข็งแบบ scleroderma |
| Systemic Sclerosis |
ผิวหนังแข็ง, นิ้วงอ, หลอดเลือดฝอยผิดปกติ |
anti-centromere, anti-Scl-70 |
ไม่มีข้ออักเสบหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงเด่น |
| Polymyositis |
กล้ามเนื้ออักเสบ อ่อนแรง |
anti-Jo-1 |
ไม่มีผิวหนังแข็งหรือ Raynaud’s phenomenon |
การรักษา
แนวทางการรักษาโรค MCTD ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ โดยมีหลักการดังนี้:
- ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs): ใช้บรรเทาอาการปวดข้อและกล้ามเนื้อ
- ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids): ใช้ในรายที่มีการอักเสบรุนแรงของข้อ กล้ามเนื้อ หรืออวัยวะภายใน
- ยากดภูมิคุ้มกัน: เช่น azathioprine, methotrexate, mycophenolate mofetil ใช้ในรายที่มีการอักเสบของกล้ามเนื้อหรือปอด
- ยาต้านพังผืดในปอด: เช่น nintedanib ในรายที่มี pulmonary fibrosis
- ยาควบคุมความดันปอด: เช่น sildenafil หรือ bosentan ในผู้ป่วย pulmonary hypertension
- การดูแลทั่วไป: หลีกเลี่ยงความเย็นจัดเพื่อลดอาการ Raynaud’s phenomenon และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
พยากรณ์โรค
ผู้ป่วยโรค MCTD ส่วนใหญ่มีพยากรณ์โรคค่อนข้างดีหากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของโรคแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในปอดหรือพังผืดในปอดมักมีพยากรณ์โรคแย่กว่า โดยอัตราการรอดชีวิตใน 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 80–90%
การป้องกัน
ยังไม่มีวิธีการป้องกันการเกิดโรค MCTD โดยตรง แต่สามารถลดการกำเริบของโรคได้โดยการ:
- หลีกเลี่ยงความเย็นจัดและการสูบบุหรี่
- พักผ่อนเพียงพอและลดความเครียด
- ติดตามอาการและตรวจเลือดตามนัดสม่ำเสมอ
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
สรุป
โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผสม (MCTD) เป็นโรคภูมิต้านตนเองที่มีลักษณะผสมระหว่างโรค SLE, โรคหนังแข็ง และกล้ามเนื้ออักเสบ โดยมีแอนติบอดี anti-U1-RNP เป็นตัวบ่งชี้สำคัญ การรักษามุ่งควบคุมการอักเสบและป้องกันความเสียหายของอวัยวะ หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถดำรงชีวิตได้ใกล้เคียงปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดี