โรคปอดอักเสบจากภูมิแพ้ (Hypersensitivity Pneumonitis, HP)

โรคปอดอักเสบจากภูมิแพ้ (HP) เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อการสูดดมสารก่อภูมิแพ้บางชนิดที่เข้าสู่ทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โปรตีนจากสัตว์ ฟาง เชื้อรา หรือสารเคมีบางชนิด ทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อในปอดโดยเฉพาะบริเวณถุงลม หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ภาวะพังผืดในปอด (pulmonary fibrosis) ได้

โรคนี้พบได้ไม่บ่อยในประชากรทั่วไป โดยมีอุบัติการณ์ประมาณ 1–2 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปี แต่ในบางกลุ่มอาชีพที่สัมผัสสารก่อภูมิแพ้บ่อย เช่น เกษตรกร ผู้เลี้ยงนก หรือคนงานในอุตสาหกรรมไม้และโลหะ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าอย่างชัดเจน

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

โรคนี้เกิดจากการสูดดมสารก่อภูมิคุ้มกัน (antigen) ที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซ้ำๆ จนเกิดการอักเสบในถุงลมและเนื้อเยื่อรอบข้างของปอด สารก่อภูมิคุ้มกันที่พบบ่อย เช่น

  • เชื้อจุลชีพ เช่น เชื้อรา Thermophilic actinomycetes (พบในฟางหรือหญ้าแห้ง)
  • โปรตีนจากสัตว์ เช่น โปรตีนจากขนนก มูลนก หรือขนไก่
  • สารเคมี เช่น ไอโซไซยาเนต (isocyanates) ในอุตสาหกรรมพลาสติก หรือโลหะหนัก

ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่:

  • อาชีพที่ต้องสัมผัสสารอินทรีย์ เช่น เกษตรกร ผู้เลี้ยงนก คนงานโรงเลื่อยไม้
  • การสูบบุหรี่ (แม้จะลดอุบัติการณ์ของโรคแต่ทำให้การดำเนินโรครุนแรงขึ้นเมื่อเกิดขึ้นแล้ว)
  • พันธุกรรมและภูมิคุ้มกันที่ไวเกินต่อสิ่งแวดล้อมบางชนิด

ประเภทของปอดอักเสบจากภูมิแพ้

แบ่งได้เป็น 3 รูปแบบตามระยะเวลาและความรุนแรงของอาการ:

ประเภท ระยะเวลาเกิด อาการสำคัญ ตัวอย่างสาเหตุ
เฉียบพลัน (Acute) เกิดหลังสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ 4–8 ชั่วโมง ไข้ ไอ เหนื่อย เจ็บหน้าอก คล้ายไข้หวัดใหญ่ “Farmer’s lung” จากเชื้อราในหญ้าแห้ง
กึ่งเฉียบพลัน (Subacute) เกิดภายในไม่กี่วันหรือสัปดาห์หลังสัมผัสสารซ้ำๆ ไอเรื้อรัง เหนื่อย น้ำหนักลด “Bird fancier’s lung” จากขนนกหรือมูลนก
เรื้อรัง (Chronic) เกิดจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้เรื้อรัง หายใจลำบากเรื้อรัง ไอแห้ง ภาพรังสีพบพังผืดในปอด จากอาชีพเกษตรกรรมหรืออุตสาหกรรมไม้


อาการทางคลินิก

  • ไอแห้งเรื้อรัง
  • หายใจลำบาก โดยเฉพาะขณะออกแรง
  • ไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย
  • น้ำหนักลดในรายเรื้อรัง
  • ในระยะเรื้อรังอาจมีภาวะปอดพังผืด ทำให้เกิดหายใจลำบากถาวร

การวินิจฉัย

อาศัยประวัติการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ อาการทางคลินิก การตรวจภาพรังสีทรวงอก และการทดสอบภูมิคุ้มกัน

  • ภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray / HRCT): พบลักษณะ ground-glass opacity หรือ nodules ขนาดเล็กกระจาย
  • การตรวจสมรรถภาพปอด (PFT): พบแบบ restrictive pattern
  • การตรวจเลือด: พบแอนติบอดีต่อสารก่อภูมิแพ้ (precipitins) ในบางราย
  • การตรวจชิ้นเนื้อปอด: พบเซลล์อักเสบรอบถุงลมและ granuloma ขนาดเล็ก

การวินิจฉัยแยกโรค

โรค ลักษณะเด่น ลักษณะทางรังสี ผลการตรวจสมรรถภาพปอด
Hypersensitivity pneumonitis มีประวัติสัมผัสสารอินทรีย์ ไข้ ไอ เหนื่อย Ground-glass opacity และ centrilobular nodules Restrictive defect
Sarcoidosis ไม่มีประวัติสัมผัสสารเฉพาะ พบ granuloma แบบ non-caseating ต่อมน้ำเหลืองข้างหลอดลมโต Restrictive defect
Idiopathic pulmonary fibrosis (IPF) ไม่มีสาเหตุชัดเจน อาการลุกลามเรื้อรัง Honeycombing และ traction bronchiectasis Restrictive defect


การรักษา

  • หยุดสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ทันที เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด
  • ให้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) เพื่อลดการอักเสบของปอดในรายเฉียบพลันหรือกึ่งเฉียบพลัน
  • ให้การรักษาประคับประคอง เช่น ออกซิเจนบำบัด หรือยาขยายหลอดลมในรายที่มีหายใจลำบาก
  • ในรายเรื้อรัง อาจพิจารณาการฟื้นฟูสมรรถภาพปอด หรือปลูกถ่ายปอดในระยะสุดท้าย

พยากรณ์โรค

พยากรณ์โรคขึ้นกับระยะและความรุนแรงของโรค หากได้รับการวินิจฉัยและหยุดสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ได้เร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะฟื้นตัวได้ดี แต่ในรายเรื้อรังที่เกิดพังผืดในปอดแล้ว มักมีพยากรณ์โรคไม่ดีและอาจนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรังได้

การป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ที่ทราบว่าเป็นสาเหตุ
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจเมื่อทำงานในพื้นที่เสี่ยง
  • ดูแลการระบายอากาศในที่ทำงานให้เหมาะสม
  • ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับกลุ่มอาชีพเสี่ยง เช่น เกษตรกร หรือผู้ทำงานในโรงงานไม้

สรุป

โรคปอดอักเสบจากภูมิแพ้ (Hypersensitivity pneumonitis) เป็นโรคที่เกิดจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อการสูดดมสารก่อภูมิแพ้เรื้อรัง แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ เฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลัน และเรื้อรัง การหยุดสัมผัสสารก่อภูมิแพ้และให้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นหัวใจสำคัญในการรักษา การวินิจฉัยที่รวดเร็วและการป้องกันอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดในปอดและภาวะหายใจล้มเหลวในระยะยาวได้