เดินไม่ปกติในเด็ก (Gait disorders in children, Limp)
วัยหัดเดินของเด็กมักเริ่มขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุประมาณ 1–3 ปี ช่วงวัยนี้กล้ามเนื้อสะโพก ลำตัว และต้นขายังไม่แข็งแรงเต็มที่ ขามักมีลักษณะโก่งออกเล็กน้อย (bow leg) ทำให้การเดินดูเก้ ๆ กัง ๆ เด็กจึงมักกางแขนกางขาเพื่อช่วยทรงตัว เมื่อโครงสร้างกระดูกขาเริ่มตรงขึ้น ฐานเท้าทั้งสองก็จะค่อย ๆ แคบลง และรูปแบบการเดินจะคล้ายผู้ใหญ่มากขึ้นตามลำดับ
ความผิดปกติในการเดินของเด็กเล็กสาเหตุอาจเพียงเพราะมีหินหรือวัตถุอะไรอยู่ในรองเท้า ซึ่งเด็กอาจยังไม่รู้วิธีเอาออก ผู้ปกครองจึงควรตรวจรองเท้าให้เด็กเป็นประจำ
เด็กวัย 2-3 ขวบบางคนจะชอบเดินด้วยนิ้วเท้า (toe walking) คล้ายการเดินเขย่ง ซึ่งเป็นการเลียนแบบการเดินของผู้ใหญ่เวลาที่พื้นเปียก สกปรก หรือมีของระเกะระกะ ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติ
ฝ่าเท้าของเด็กเล็กยังไม่โค้งสูงเหมือนผู้ใหญ่ การเดินของเด็กวัยต่ำกว่า 6 ขวบจึงมีลักษณะเหมือนคนเท้าแบนเดิน นอกจากนั้นเด็กวัย 3-8 ขวบอาจยังเดินแบบหัวเข่าหันเข้าด้านใน เนื่องจากกระดูกขาและต้นขายังหมุนเข้าด้านในอยู่ โครงสร้างเหล่านี้จะค่อย ๆ หมุนออกเมื่อขายาวขึ้น หลัง 8 ขวบไปแล้วเด็กจึงจะเดินเหมือนผู้ใหญ่
ลักษณะการเดินที่ไม่ปกติในเด็ก
การเดินในลักษณะดังต่อไปนี้ควรได้รับการหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ
- เดินกระเผลก (Antalgic gait)
เกิดจากการลงน้ำหนักไม่เท่ากันระหว่างสองขา เด็กจะมีช่วงเวลาที่เท้าแตะพื้นไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากความปวด โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อาจถึงขั้นไม่ยอมเดิน หากปวดเพียงตำแหน่งเดียวมักเกิดจากการบาดเจ็บก่อนหน้านั้นไม่นาน แต่ถ้าปวดหลายจุด ปวดตามข้อ หรือมีข้อบวม ควรนึกถึงโรคข้ออักเสบในเด็ก (Juvenile idiopathic arthritis, JIA)
- เดินขาหนีบติดกัน (Circumduction gait)
เด็กจะเดินโดยที่เข่าและเท้าทั้งสองเหมือนจะชนกันเพราะข้อสะโพกหมุนเข้าในมากเกินไป มักพบในเด็กที่มีข้อสะโพกอักเสบเรื้อรังจนข้อผิดรูป หรือในเด็ก Cerebral palsy ซึ่งอาจพบร่วมกับการเดินแบบเข่าไม่งอ
- เดินเข่าไม่งอ (Spastic gait)
เป็นการเดินที่ขาแข็ง เกร็ง งอได้ลำบาก คล้ายเดินลากเท้า อาจเกิดข้างเดียวหรือสองข้าง สาเหตุเกี่ยวข้องกับโรคของสมอง เช่น เส้นเลือดสมองแตก เนื้องอก ฝีในสมอง รวมถึง Cerebral palsy
- เดินทรงตัวไม่ดี (Ataxic gait)
เกิดจากการทรงตัวบกพร่อง เด็กจะกะจังหวะเท้าไม่ได้ ระยะก้าวกว้าง-แคบ สั้น-ยาวไม่เท่ากัน มองพื้นตลอดเวลา ล้มบ่อย และไม่สามารถเดินต่อเท้าเป็นเส้นตรง พบในโรค Cerebellar ataxia, Friedreich's ataxia เป็นต้น
- เดินแบบเทรนเดเลนเบอร์ก (Trendelenburg gait)
ลักษณะเด่นคือสะโพกข้างที่รับน้ำหนักจะกระดกขึ้นสูงกว่าปกติ เกิดจากข้อสะโพกข้างนั้นอักเสบ, กล้ามเนื้อหุบสะโพกข้างนั้นอ่อนแรง, โรค Legg-Calvé-Perthes, ภาวะ Slipped upper femoral epiphysis, ข้อสะโพกไม่เจริญตามพัฒนาการของเด็ก (Dysplasia of the hip), และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอื่น ๆ ซึ่งมักเป็นทั้งสองข้าง เด็กจะเดินคล้ายเป็ดโดยมีเข่าและปลายเท้าทั้งสองข้างหันออกด้านนอก
- เดินด้วยนิ้วเท้า (Toe-walking gait)
การเดินเขย่งพบได้ปกติในเด็กเล็ก แต่หากโตแล้วส้นเท้ายังไม่เคยสัมผัสพื้นเลย ต้องสงสัยโรคทางระบบประสาทที่ทำให้เท้าเกร็งคว่ำลงตลอดเวลา เช่น Cerebral palsy หรือกลุ่ม Lysosomal storage disorders
- เดินปลายเท้าตก (Stepping gait)
ผู้ป่วยต้องยกเข่าสูงขึ้นเพื่อให้ปลายเท้าที่ตกพ้นพื้น ก่อนวางเท้าจะลงด้วยปลายเท้าแทนส้นเท้า เท้ามักหันออกด้านข้าง พบในโปลิโอ ภาวะกระดูกสันหลังไม่ปิด (Spina bifida) และโรค Charcot-Marie-Tooth
- เดินงุ่มง่าม (Clumsy gait)
มักเป็นเด็กที่พัฒนาการกล้ามเนื้อช้าทั้งมัดเล็กและมัดใหญ่ ล้มบ่อย ใส่เสื้อผ้าเองหรือเขียนหนังสือได้ช้า หลายรายมีปัญหาทางสติปัญญา สาเหตุอาจเกี่ยวกับ Cerebral palsy, Cerebellar ataxia, Familial dyspraxia หากสติปัญญาปกติอาจเกิดจากโรคของไขสันหลัง ข้ออักเสบเรื้อรัง โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (เช่น Duchenne หรือ Becker muscular dystrophy) หรือความผิดปกติของกระดูก เช่น Osteomalacia, Sickle cell disease
สาเหตุของโรคเมื่อแบ่งตามวัย
สาเหตุของการเดินผิดปกติในเด็กสามารถแบ่งเป็น 7 กลุ่มใหญ่ โดยแต่ละกลุ่มมีโรคที่พบบ่อยในช่วงวัยที่แตกต่างกัน ดังนี้
- กลุ่มโรคติดเชื้อ เด็กจะมีไข้และปวดตรงตำแหน่งที่ติดเชื้อ
| โรค | ช่วงวัยที่มักพบ |
ข้อติดเชื้อ (Septic arthritis)
Prone internal rotation test เป็นการตรวจการอักเสบของข้อสะโพกในเด็ก โดยให้เด็กนอนคว่ำ ยกขาขึ้น ผู้ปกครองจับข้อเท้าเด็กหมุนออกนอกลำตัวทีละข้าง การหมุนในลักษณะนี้จะเพิ่มความดันในข้อสะโพกข้างนั้น ซึ่งถ้ามีข้อสะโพกอักเสบหรือติดเชื้อจะปวดมาก | ทุกวัย (วัยรุ่นมักเป็นเชื้อโกโนเรีย) |
| กระดูกติดเชื้อ (Osteomyelitis) | 1-10 ปี |
| ติดเชื้อตามเนื้อเยื่อ (Cellulitis, Pyomyositis, Soft tissue abscess) | ทุกวัย |
| เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) | 1-3 ปี |
| หมอนรองกระดูกอักเสบ (Diskitis) | 4-10 ปี |
- กลุ่มโรคทางออร์โธปิดิกส์ เด็กอาจปวดเวลาเดิน แต่ไม่มีไข้
| โรค/ภาวะ | ช่วงวัยที่มักแสดงอาการ |
| เท้าปุก (Clubfoot) | 1-3 ปี |
| ข้อสะโพกไม่พัฒนา (Developmental dysplasia of the hip) | 1-3 ปี |
| กระดูกต้นขาสั้นตั้งแต่เกิด (Congenitally short femur) | 1-3 ปี |
| เอ็นร้อยหวายตึงตั้งแต่เกิด (Congenitally tight Achilles tendon) | 1-3 ปี |
| เอ็นข้อเข่าแข็งตั้งแต่เกิด (Congenitally discoid lateral meniscus) | 1-3 ปี |
ขายาวไม่เท่ากัน (Limb length discrepancy)
Galeazzi test เป็นการตรวจวัดความยาวขาสองข้าง โดยให้เด็กนอนหงาย ชันเข่าทั้งสอง และวางปลายเท้าให้อยู่ระดับเดียวกัน ขาที่สั้นกว่าจะมีระดับเข่าต่ำกว่าอีกข้าง | ทุกวัย |
| กระดูกหัก/ร้าว (Fractures) | ทุกวัย (เด็กเล็กควรระวังการทารุณกรรม) |
| เคล็ด/แพลง (Strains/sprains) | ทุกวัย |
| หัวกระดูกต้นขาเคลื่อน (Slipped capital femoral epiphysis) | 11-16 ปี (มักพบในเด็กที่น้ำหนักตัวมาก) |
| หัวกระดูกต้นขาขาดเลือด (Legg-Calvé-Perthes disease) | 4-10 ปี |
| ปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ (Osgood-Schlatter disease) | 11-16 ปี |
| กระดูกอ่อนสะบ้าเสื่อม (Chondromalacia patellae) | 11-16 ปี |
| กระดูกในข้อตายเพราะขาดเลือด (Osteochondritis dissecans) | 11-16 ปี |
| เอ็นสะบ้าอักเสบ (Patellar tendinopathy, Jumper's knee) | 11-16 ปี |
| เอ็นส้นเท้าตึง (Sever's disease) | 8-15 ปี |
- กลุ่มโรคเนื้องอก มักคลำได้ก้อนที่กระดูก ท้อง หรือบริเวณลำคอ
| โรค | ช่วงวัยที่มักพบ |
| Neuroblastoma | 1-3 ปี |
| มะเร็งเม็ดเลือดขาว (ALL) | 1-10 ปี |
| Osteochondroma | ทุกวัย |
| มะเร็งกระดูก (Osteosarcoma, Ewing's sarcoma) | 4-16 ปี |
| เนื้องอกกระดูกไม่ร้าย (Osteoid osteoma, osteoblastoma) | 4-16 ปี |
| เนื้องอกไขสันหลัง (Spinal cord tumors) | ทุกวัย |
- กลุ่มโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ มักมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ลีบเล็ก หรือกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง จับงอ-เหยียดลำบาก หรือปวดตามกล้ามเนื้อ และอาจมีอาการทางระบบประสาทอย่างอื่นด้วย
| โรค | ช่วงวัยที่มักแสดงอาการ |
| Cerebral palsy | 1-3 ปี |
| Congenital hypotonia | 1-3 ปี |
| Myelomeningocele | 1-3 ปี |
| Charcot-Marie-Tooth | ทุกวัย |
| Myositis | ทุกวัย |
| Muscular dystrophy | ทุกวัย |
| Reflex sympathetic dystrophy | ทุกวัย |
- กลุ่มโรคข้ออักเสบจากภูมิคุ้มกัน ข้อที่ปวดมักบวม แดง ร้อนกว่าข้อปกติ มักเป็นที่ข้อเล็ก ๆ หลายข้อ
| โรค | ช่วงวัยที่มักพบ |
| ข้ออักเสบในเด็ก (Juvenile idiopathic arthritis) | ทุกวัย |
| ไขข้ออักเสบชั่วคราว (Transient synovitis) | 1-10 ปี |
| Henoch-Schönlein purpura | 1-10 ปี |
| Rheumatic fever | 4-16 ปี |
| SLE | 7-16 ปี |
| Serum sickness | 1-3 ปี |
| Gout/pseudogout | ทุกวัย |
- กลุ่มโรคเลือด เด็กจะซีด มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง
| โรค | ช่วงวัยที่มักแสดงอาการ |
| Sickle cell disease | ทุกวัย |
| Hemophilia | ทุกวัย |
- กลุ่มโรคในช่องท้อง เด็กจะเดินผิดปกติจากการปวดท้องเฉียบพลัน
แนวทางการวินิจฉัย
เด็กที่อายุ 18 เดือนแล้วยังไม่เริ่มเดิน หรือเด็กที่เดินผิดปกตินานผิดสังเกต ร่วมกับพัฒนาการด้านอื่นล่าช้า เช่น พูดช้า มองไม่เห็น ได้ยินไม่ชัด ลุกยืนจากท่านั่งลำบาก หรือช่วยเหลือตัวเองง่าย ๆ ไม่ได้ ควรเข้ารับการประเมินจากกุมารแพทย์
แพทย์จะสอบถามประวัติการตั้งครรภ์ การคลอด พัฒนาการตามวัย ประวัติการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ รวมถึงดู Growth chart จากนั้นจะตรวจร่างกาย ตรวจเลือด เอกซเรย์ และอาจต้องตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวด์ CT MRI Bone scan การเจาะน้ำไขข้อ หรือการตรวจชิ้นเนื้อ เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติ
สรุป
การเดินผิดปกติในเด็กอาจเกิดจากพัฒนาการตามวัยที่สามารถหายเองได้ หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรง เช่น การติดเชื้อ ข้ออักเสบ โรคระบบประสาท หรือความผิดปกติของกระดูกและกล้ามเนื้อ ไปจนถึงโรคเลือดและโรคในช่องท้อง การสังเกตอาการร่วม เช่น ไข้ ปวดเฉพาะที่ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือข้อบวมแดง ช่วยให้แยกสาเหตุได้รวดเร็วขึ้น หากเด็กมีพัฒนาการล่าช้า หรืออาการผิดปกติต่อเนื่อง ควรพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก