ยาอัลฟูโซซิน (Alfuzosin, Xatral®, Uroxatral®)

อัลฟูโซซินเป็นยากลุ่มปิดตัวรับอัลฟา-1 (α1-blocker) ที่พัฒนาขึ้นให้มีความจำเพาะต่อตัวรับอัลฟา-1a (α1a) บริเวณต่อมลูกหมากและท่อปัสสาวะมากกว่ายารุ่นแรก จึงใช้รักษาภาวะต่อมลูกหมากโตเป็นหลัก แม้จะยังมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดและลดความดันโลหิตอยู่บ้าง แต่ผลต่อความดันจะไม่เด่นชัดเท่ากลุ่มที่ไม่จำเพาะ ยานี้จัดอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติของไทย

ที่มาและการออกฤทธิ์:

การพัฒนายากลุ่มปิดตัวรับอัลฟาเริ่มจาก non-selective α-blockers ซึ่งออกฤทธิ์ต่อหลายชนิดของตัวรับ ทำให้ลดความดันโลหิตได้ชัดเจน แต่มีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก ต่อมาจึงพัฒนาเป็น selective α1-blockers และต่อยอดเป็น selective α1a-blockers เนื่องจากตัวรับ α1 บริเวณทางเดินปัสสาวะส่วนล่างส่วนใหญ่เป็นชนิด α1a การออกฤทธิ์ที่จำเพาะต่อ subtype นี้ช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบของต่อมลูกหมาก ท่อปัสสาวะ และคอกระเพาะปัสสาวะ ลดแรงต้านการไหลของปัสสาวะ ทำให้อาการเบาขัดดีขึ้น โดยมีผลต่อความดันโลหิตน้อยกว่ายารุ่นแรก

อัลฟูโซซินมีการพัฒนาในรูปแบบออกฤทธิ์นาน (XL; Extended release) เพื่อให้ระดับยาในเลือดคงที่ ยาถูกดูดซึมจากทางเดินอาหารประมาณร้อยละ 49 หากรับประทานขณะท้องว่างจะดูดซึมได้เพียงประมาณร้อยละ 25 จึงควรรับประทานพร้อมอาหารหรือทันทีหลังอาหาร ยาจับกับโปรตีนในเลือดประมาณร้อยละ 90 ถูกเมแทบอลิซึมที่ตับเป็นหลัก และขับออกทางน้ำดีปนมากับอุจจาระเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงประมาณร้อยละ 11 ที่ขับออกทางปัสสาวะในรูปเดิม ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ในผู้ป่วยตับบกพร่องตั้งแต่ Child-Pugh B ขึ้นไป และผู้ป่วยไตวายรุนแรงที่มีค่า CrCl < 30 ml/min

การใช้ยาที่เหมาะสม

ยาในรูปแบบ XL ต้องกลืนทั้งเม็ด ห้ามบด หัก หรือเคี้ยว เพราะจะทำให้กลไกการปลดปล่อยยาเสียไป และระดับยาในเลือดเปลี่ยนแปลงผิดปกติ

  1. ใช้บรรเทาอาการเบาขัดจากภาวะต่อมลูกหมากโต
  2. ขนาดยามาตรฐานคือ 10 mg วันละครั้ง รับประทานพร้อมหรือทันทีหลังอาหารมื้อเย็น สำหรับผู้สูงอายุควรระวังภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนอิริยาบถ โดยเฉพาะในช่วง 2–3 ชั่วโมงแรกหลังรับประทานยา

  3. ใช้รักษาภาวะปัสสาวะคั่งเฉียบพลันจากต่อมลูกหมากโต
  4. ใช้ร่วมกับการใส่สายสวนปัสสาวะ ขนาด 10 mg วันละครั้ง หลังอาหาร โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ใส่สายสวน และให้ต่อเนื่องอีก 1 วันหลังถอดสายสวนออก



ข้อห้ามใช้

ห้ามใช้อัลฟูโซซินในผู้ป่วยต่อไปนี้

  • ไตวายระยะที่ 4-5 (CrCl < 30 ml/min)
  • ตับบกพร่องตั้งแต่ Child-Pugh B เป็นต้นไป
  • ใช้ยาในกลุ่มปิดตัวรับอัลฟา-1 ตัวอื่นอยู่
  • มีภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนอิริยาบถ (postural hypotension)
  • แพ้อัลฟูโซซินหรือส่วนประกอบของยา (เช่น Cellulose microcrystalline, Hydrogenated castor oil, Hypromellose, Ethyl cellulose 20, Hydrated colloidal silica, Magnesium stearate, Mannitol, Providone, Ethanol 96%, Yellow ferric oxide (E172))
  • มีภาวะลำไส้อุดตัน (เนื่องจากมีส่วนประกอบของ castor oil)

ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ ความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนอิริยาบถ (orthostatic/postural hypotension) มักพบในช่วงเริ่มใช้ยา โดยเฉพาะในผู้ที่รับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่แล้ว อาการอาจได้แก่ เวียนศีรษะ เหนื่อยล้า เหงื่อออก หรือหน้ามืดเป็นลม หากเกิดอาการควรให้ผู้ป่วยนอนราบจนกว่าอาการจะดีขึ้น โดยทั่วไปอาการมักเกิดชั่วคราวและไม่จำเป็นต้องหยุดยา อย่างไรก็ตาม ภายใน 2–3 ชั่วโมงหลังรับประทานยา ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานยนต์หรือทำงานกับเครื่องจักร

ในขนาดสูง อัลฟูโซซินอาจทำให้ช่วง QT interval ยาวขึ้น (QT prolongation) แม้ในขนาด 10 mg/วันจะพบไม่บ่อย ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่มีภาวะ QT prolongation แต่กำเนิด มี QT prolongation อยู่ก่อนแล้ว หรือใช้ยาชนิดอื่นที่มีผลทำให้ QT prolongation

ยากลุ่ม selective α1-blockers อาจมีผลต่อดวงตาและระบบสืบพันธุ์ชาย เช่น ภาวะม่านตาอ่อนขณะผ่าตัดต้อกระจก (Intraoperative Floppy Iris Syndrome; IFIS) ดังนั้นจักษุแพทย์ควรทราบประวัติการใช้ยากลุ่มนี้ก่อนผ่าตัด แม้ไม่จำเป็นต้องหยุดยา นอกจากนี้อาจพบภาวะอวัยวะเพศแข็งตัวค้างนาน (priapism) ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือการหลั่งอสุจิย้อนกลับ (retrograde ejaculation)

อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ได้แก่ ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน ปวดศีรษะ ง่วงซึม อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว ตับอักเสบ และภาวะน้ำดีคั่ง อาการแพ้ยาอาจแสดงเป็นลมพิษ ผื่นคัน เยื่อบุจมูกอักเสบ หรืออาการบวมที่ริมฝีปาก ลิ้น ลำคอ หรือใบหน้า

ปฏิกิริยาระหว่างยา

ห้ามใช้ร่วมกับยาในกลุ่ม selective α1-blockers ตัวอื่น เช่น Prazosin, Urapidil หรือ Minoxidil เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตต่ำรุนแรง สำหรับผู้ที่ใช้ยาลดความดันโลหิตหรือยากลุ่มไนเตรท อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยาเมื่อเริ่มใช้อัลฟูโซซิน

ยาที่เป็นตัวยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 อย่างแรง เช่น Ketoconazole, Itraconazole, Clarithromycin, Erythromycin และ Ritonavir จะเพิ่มระดับอัลฟูโซซินในเลือด ทำให้เสี่ยงต่อความดันโลหิตต่ำมากกว่าปกติ

สรุป

อัลฟูโซซินเป็นยาในกลุ่ม selective α1a-blocker ที่ใช้บรรเทาอาการทางเดินปัสสาวะจากภาวะต่อมลูกหมากโต โดยออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบบริเวณต่อมลูกหมากและคอกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้ปัสสาวะไหลสะดวกขึ้น ยาในรูปแบบออกฤทธิ์นานควรรับประทานพร้อมอาหารและต้องกลืนทั้งเม็ด จุดเด่นคือมีผลต่อความดันโลหิตน้อยกว่ายารุ่นแรก แต่ยังต้องระวังภาวะความดันต่ำขณะเปลี่ยนอิริยาบถ โดยเฉพาะช่วงเริ่มยา การเลือกใช้ยาควรพิจารณาการทำงานของตับและไต ภาวะโรคร่วม และยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

บรรณานุกรม

  1. Herbert Lepor. 2006. "The Evolution of Alpha-Blockers for the Treatment of Benign Prostatic Hyperplasia." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Rev Urol. 2006;8(Suppl 4):S3–S9. (17 กุมภาพันธ์ 2569).
  2. Herbert Lepor. 2007. "Alpha-Blockers for the Treatment of Benign Prostatic Hyperplasia." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Rev Urol. 2007;9(4):181-190. (17 กุมภาพันธ์ 2569).
  3. "Uroxatral®." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา FDA. (17 กุมภาพันธ์ 2569).
  4. "Alpha-1 blocker." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Wikipedia. (17 กุมภาพันธ์ 2569).