ยาออกซิบิวไทนิน (Oxybutynin, Diutropan®, Lyrinel XL®)
ออกซิบิวไทนินเป็นยาคลายกระเพาะปัสสาวะรุ่นแรก ๆ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวมากผิดปกติ (Overactive bladder; OAB) ได้รับการอนุมัติให้ใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นหลายรูปแบบ ได้แก่ ชนิดเม็ดออกฤทธิ์สั้นรับประทานวันละ 2–3 ครั้ง ชนิดเม็ดออกฤทธิ์ยาว (extended release; SR) รับประทานวันละครั้ง ชนิดแผ่นแปะผิวหนัง (transdermal patch) และชนิดเจลทาผิวหนัง (topical gel) ในประเทศไทยมีเฉพาะชนิดเม็ดออกฤทธิ์สั้นที่บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
ที่มาและการออกฤทธิ์:
ออกซิบิวไทนินจัดอยู่ในกลุ่มยาต้านโคลิเนอร์จิก (anticholinergic agent) ออกฤทธิ์ยับยั้งสารสื่อประสาท acetylcholine ที่มากระตุ้น muscarinic receptors ตามอวัยวะต่าง ๆ โดยไม่มีผลต่อ nicotinic receptors แม้จะใช้สารสื่อประสาทชนิดเดียวกันก็ตาม เมื่อ muscarinic receptors ถูกยับยั้ง การหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบจะลดลง
ในกรณีของกระเพาะปัสสาวะ ยาจะลดความถี่และความแรงของการหดตัว ทำให้สามารถเก็บกักปัสสาวะได้มากขึ้น ลดความเร่งด่วนในการปัสสาวะ และลดอาการปัสสาวะเล็ดหรือราดที่เกิดจากการบีบตัวมากเกินไป อย่างไรก็ตาม การออกฤทธิ์ต่ออวัยวะอื่น ๆ ก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมา
กระบวนการผลิตออกซิบิวไทนินทำให้ได้สารสังเคราะห์ 2 ชนิดที่มีโครงสร้างโมเลกุลเหมือนกันแต่จัดเรียงในรูปสามมิติต่างกัน เป็นภาพสะท้อนกระจกของกันและกัน เรียกว่า R- และ S-enantiomers
จากการศึกษานอกร่างกายพบว่า S-enantiomer แทบไม่มีฤทธิ์ ส่วน R-enantiomer แม้มีฤทธิ์ แต่จะลดลงมากเมื่อแยกเดี่ยวออกมา จึงไม่มีการแยก R- ออกจาก S- ในกระบวนการผลิตยา
ยาดูดซึมได้ดีในทางเดินอาหาร มีระดับยาในเลือดสูงสุดภายในประมาณ 1 ชั่วโมง และมีค่าครึ่งชีวิต 2–3 ชั่วโมง อาหารอาจทำให้การดูดซึมช้าลง แต่ทำให้ระดับยาอยู่ในเลือดได้นานขึ้น ยาถูกเปลี่ยนแปลงที่ตับผ่านกระบวนการ first pass metabolism โดยเอนไซม์ CYP3A4 ได้เป็นอนุพันธ์ N-Desethyloxybutynin ซึ่งยังคงมีฤทธิ์ต้าน muscarinic receptors
ในรูปแบบแผ่นแปะหรือเจล ยาจะดูดซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดโดยไม่ผ่านตับก่อน จึงไม่เกิดอนุพันธ์ N-Desethyloxybutynin มากเท่าชนิดรับประทาน ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น โดยแผ่นแปะเปลี่ยนทุก 3–4 วัน และเจลทาวันละครั้งบริเวณหน้าท้อง
การใช้ยาที่เหมาะสม
ยาชนิดออกฤทธิ์ยาว (SR) ต้องกลืนทั้งเม็ด ห้ามบด เคี้ยว หรือหักเม็ด เพราะจะทำให้ระบบควบคุมการปลดปล่อยยาเสียไป
- ใช้บรรเทาอาการเบาด่วน/เล็ด/ราด จากภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวมากผิดปกติ (Overactive bladder)
| รูปแบบยา | วิธีใช้ |
เม็ด ออกฤทธิ์สั้น ขนาด 5 mg/เม็ด | - ผู้ใหญ่: ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2–3 ครั้ง ไม่เกินวันละ 3 เม็ด ผู้สูงอายุอาจเริ่มครึ่งเม็ดก่อน - เด็ก 6–18 ปี: ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ไม่เกินวันละ 3 เม็ด |
เม็ด ออกฤทธิ์ยาว ขนาด 5, 10 mg/เม็ด | ต้องกลืนทั้งเม็ด ห้ามบดหรือหักยา - ผู้ใหญ่: วันละครั้ง ตามขนาดที่แพทย์พิจารณา - เด็ก 6–18 ปี: วันละครั้ง ตามขนาดที่แพทย์พิจารณา |
แผ่นแปะผิวหนัง ขนาด 3.9 mg/แผ่น | แปะหน้าท้องครั้งละ 1 แผ่น เปลี่ยนทุก 3–4 วัน หรือเมื่อฤทธิ์ยาลดลง - ยังไม่มีข้อมูลการใช้ในเด็ก |
เจลทาผิวหนัง เข้มข้น 3%, 10% | แนะนำความเข้มข้น 10% ขนาดซองละ 1 กรัม ทาบริเวณหน้าท้อง วันละครั้ง - ยังไม่มีข้อมูลการใช้ในเด็ก |
** หญิงมีครรภ์ และหญิงที่ให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
ข้อห้ามใช้
ห้ามใช้ยาออกซิบิวไทนินในผู้ป่วยต่อไปนี้
- มีอาการปัสสาวะคั่ง จากกระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว
- มีทางเดินปัสสาวะอุดตัน เช่น ต่อมลูกหมากโตในผู้ชายสูงอายุ
- เป็นต้อหินชนิดมุมปิด (angle closure) หรือมุมลูกตาแคบที่ยังควบคุมไม่ได้
- มีภาวะกระเพาะอาหารหรือลำไส้อุดตัน ลำไส้ไม่ทำงาน ลำไส้ไม่บีบตัวในผู้สูงอายุ หรือมีลำไส้ใหญ่อักเสบรุนแรง (megacolon)
- เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia gravis
- มีเลือดออกฉับพลันร่วมกับภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ
- มีไข้สูง เนื่องจากยาลดการขับเหงื่อ อาจทำให้ร่างกายระบายความร้อนไม่ได้จนเป็นอันตราย
- แพ้ยา Oxybutynin
** ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคตับ โรคไต ไทรอยด์เป็นพิษ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว และผู้ที่ต้องใช้สมาธิในการทำงาน เพราะยาอาจทำให้ง่วงนอนหรือสับสน
ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง
ผลข้างเคียงมีลักษณะเช่นเดียวกับยาต้านโคลิเนอร์จิกอื่น ๆ ได้แก่ ปากแห้ง คอแห้ง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก ปวดท้อง ปัสสาวะคั่ง ตาแห้ง ตาพร่ามัว การมองเห็นผิดปกติ ปวดศีรษะ มึนงง ง่วงนอน อ่อนล้า สับสน ประสาทหลอน ความจำบกพร่อง ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว บวมที่ปลายมือปลายเท้า หย่อนสมรรถภาพ และยับยั้งการไหลของน้ำนม
อาการจากการได้รับยาเกินขนาด ได้แก่ กระสับกระส่าย คลุ้มคลั่ง ประสาทหลอน สั่น ชัก หน้าแดง มีไข้ คลื่นไส้อาเจียน ใจสั่น ความดันโลหิตผิดปกติ หายใจลำบาก อัมพาต หรือโคม่า การรักษาอาจใช้ยา Physostigmine ฉีดเพื่อต้านพิษแบบ Anticholinergic ตามดุลยพินิจแพทย์
ปฏิกิริยาระหว่างยา
การใช้ร่วมกับยาต้านโคลิเนอร์จิกอื่น ๆ จะเพิ่มความรุนแรงของผลข้างเคียง ยากลุ่มนี้พบได้ในยารักษาโรคจิตประสาท โรคพาร์กินสัน โรคหอบหืด ยาต้านซึมเศร้า ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดท้องบิด และยาแก้แพ้ เป็นต้น
ยาที่ยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 อย่างแรง เช่น Ketoconazole, Itraconazole, Clarithromycin, Erythromycin และ Ritonavir อาจทำให้ระดับยาออกซิบิวไทนินชนิดรับประทานเพิ่มขึ้น 3–4 เท่า เสี่ยงต่อการเกิดพิษจากยา
สรุป
ออกซิบิวไทนินเป็นยาหลักในการรักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวมากผิดปกติ ช่วยลดอาการเบาด่วน ปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะเล็ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม ยามีผลข้างเคียงแบบต้านโคลิเนอร์จิกค่อนข้างชัด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ จึงควรเริ่มใช้ในขนาดต่ำและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด รวมถึงระวังปฏิกิริยาระหว่างยากับยาที่ยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 เพื่อป้องกันการเกิดพิษจากยา
บรรณานุกรม
- "DITROPAN® (oxybutynin chloride) Tablets." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา FDA. (18 กุมภาพันธ์ 2569).
- "Treatments for overactive bladder." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Wikipedia. (18 กุมภาพันธ์ 2569).
- "Oxybutynin." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา DrugBank. (18 กุมภาพันธ์ 2569).