กลุ่มยาต้านลิวโคไตรอีน (Anti-leukotrienes)

ลิวโคไตรอีน (leukotrienes) เป็นสารก่อการอักเสบที่ร่างกายสร้างขึ้นจากเยื่อหุ้มเซลล์ของเม็ดเลือดขาวหลายชนิด เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมหรือสารก่อภูมิแพ้มากระตุ้น กระบวนการนี้เริ่มจากกรดอะแรคิโดนิก (arachidonic acid) ซึ่งถูกเปลี่ยนไปเป็นสารก่อการอักเสบหลายชนิด ได้แก่ leukotrienes, prostaglandins และ thromboxanes

ลิวโคไตรอีนมีบทบาทสำคัญในโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะการไปจับกับตัวรับที่ผนังหลอดลม ทำให้หลอดลมหดตัว มีเสมหะมากขึ้น และเกิดการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ ดังนั้น “ยาต้านลิวโคไตรอีน” จึงช่วยลดการอักเสบและลดการหดเกร็งของหลอดลมได้พร้อมกัน

ยากลุ่มนี้มีหลายชนิด เช่น Montelukast, Zafirlukast, Pranlukast และ Zileuton โดยสามชนิดแรกออกฤทธิ์ยับยั้งที่ Cysteinyl leukotriene receptor (CysLT1) จึงลดการหดตัวของหลอดลม ส่วน Zileuton ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Lipoxygenase โดยตรง ทำให้ลดการสร้าง leukotriene ทุกชนิด ยากลุ่มนี้ได้ผลดีในโรคหอบหืดเรื้อรังและโรคถุงลมโป่งพอง แต่ไม่เหมาะใช้แก้หอบเฉียบพลันเพราะออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า ปัจจุบันในประเทศไทยมีใช้หลัก ๆ เพียง Montelukast

ที่มาและการออกฤทธิ์

ในปี ค.ศ. 1998 บริษัท Merck ได้พัฒนาและวางจำหน่ายยามอนติลูคาสท์ภายใต้ชื่อการค้า Singulair® ในรูปแบบรับประทาน เพื่อใช้บรรเทาอาการโรคหอบหืด ยานี้ยับยั้งสาร LTD4 ที่ตัวรับ CysLT1 จึงช่วยลดการหดเกร็งของหลอดลมและลดการอักเสบของทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ทำให้ใช้ได้ทั้งในโรคภูมิแพ้จมูก โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง

ในปี ค.ศ. 2012 บริษัทผู้ผลิตไม่ได้ต่ออายุสิทธิบัตร ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถผลิตยาสามัญใช้เองได้ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น

Montelukast มีหลายรูปแบบ ได้แก่ เม็ดกลืน เม็ดเคี้ยว และผงแกรนูลละลายน้ำ โดยแบบเม็ดเคี้ยวและผงแกรนูลจะดูดซึมได้เร็วกว่า ยาเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2–4 ชั่วโมง จึงไม่เหมาะสำหรับใช้แก้อาการหอบเฉียบพลัน (กรณีนั้นควรใช้ยาพ่นสเตียรอยด์หรือยากระตุ้นตัวรับเบตา-2)

ยาประมาณร้อยละ 99 จับกับพลาสมาโปรตีน ถูกเปลี่ยนแปลงที่ตับหลายขั้นตอน และขับออกทางน้ำดี มีระยะครึ่งชีวิตประมาณ 3–5 ชั่วโมง โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องปรับลดขนาดยาในผู้ป่วยโรคตับ

ข้อบ่งใช้กลุ่มยาต้านลิวโคไตรอีน

  1. ป้องกันการกำเริบของโรคหอบหืดในผู้ที่มีอาการบ่อย
  2. รักษาโรคหอบหืดเรื้อรัง
  3. ป้องกันภาวะหลอดลมตีบจากการออกกำลังกาย (exercise-induced bronchoconstriction)
  4. บรรเทาอาการภูมิแพ้ของโพรงจมูก (allergic rhinitis)

Montelukast ใช้ได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป โดยรับประทานวันละครั้ง ขนาดยามีดังนี้

ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปเม็ดกลืน ขนาด 10 mg
เด็กอายุ 6–14 ปีเม็ดเคี้ยว ขนาด 5 mg
เด็กอายุ 2–5 ปีเม็ดเคี้ยวหรือผงแกรนูลละลายน้ำ ขนาด 4 mg
เด็กอายุ 6–23 เดือนผงแกรนูลละลายน้ำ ขนาด 4 mg

ผงแกรนูลสามารถผสมในนมหรืออาหารเหลวแล้วป้อนให้เด็กได้

ระยะเวลาในการใช้ขึ้นกับข้อบ่งใช้ หากใช้เพื่อป้องกันการกำเริบของโรคหอบหืด ควรรับประทานต่อเนื่องทุกวันแม้ไม่มีอาการ แต่หากใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาร่วมกับยาอื่น สามารถพิจารณาหยุดยาได้เมื่ออาการควบคุมดีแล้วตามคำแนะนำแพทย์



ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

มีรายงานผลข้างเคียงทางจิตประสาท เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ กระวนกระวาย ซึมเศร้า นอนไม่หลับ หรือหลับมากผิดปกติ ประสาทหลอน ชา หรือชัก อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ไม่พบอาการเหล่านี้เมื่อใช้ในขนาดที่แนะนำ

ผลข้างเคียงอื่นที่พบได้น้อย ได้แก่ ใจสั่น ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน ผื่น ปวดข้อ และปวดกล้ามเนื้อ

ข้อมูลการใช้ยาเกินขนาดพบว่า แม้ในผู้ใหญ่ที่รับประทานขนาดสูงมาก เช่น 200 mg/วัน นาน 22 วัน หรือ 900 mg/วัน นาน 7 วัน อาการที่พบส่วนใหญ่มีเพียงปวดท้อง ปวดศีรษะ หิวน้ำ ง่วงนอน หรือกระสับกระส่าย และยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิตจากการได้รับยาเกินขนาด

สรุป

ยาต้านลิวโคไตรอีน โดยเฉพาะ Montelukast เป็นยารับประทานที่ช่วยลดการอักเสบและลดการหดเกร็งของหลอดลม เหมาะสำหรับควบคุมโรคหอบหืดเรื้อรัง ป้องกันหลอดลมตีบจากการออกกำลังกาย และบรรเทาอาการภูมิแพ้จมูก แม้ไม่ใช้สำหรับแก้หอบเฉียบพลัน แต่มีจุดเด่นคือรับประทานวันละครั้ง ใช้ได้ในเด็กเล็ก และมีความปลอดภัยค่อนข้างสูงเมื่อใช้ตามขนาดที่แนะนำ จึงเป็นอีกทางเลือกสำคัญในการควบคุมโรคทางเดินหายใจเรื้อรังในเวชปฏิบัติปัจจุบัน

บรรณานุกรม

  1. Stella R. O'Donnell. 1999. "Leukotrienes - biosynthesis and mechanisms of action." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา NPS.Org.Au. (19 กุมภาพันธ์ 2569).
  2. Zuzana Diamant, et al. 2022. "Montelukast in the treatment of asthma and beyond." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Expt Rev of Clin Imm. (19 กุมภาพันธ์ 2569).
  3. "Montelukast." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Wikipedia. (19 กุมภาพันธ์ 2569).
  4. รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน. "ยาต้านลิวโคไตรอีน (antileukotrienes) และโรคทางเดินหายใจส่วนบนที่มีการอักเสบเรื้อรัง." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. (19 กุมภาพันธ์ 2569).
  5. "SINGULAIR®." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา FDA. (19 กุมภาพันธ์ 2569).