กลุ่มยากระตุ้นตัวรับเบตา-2 (β2 agonists)

ตัวรับเบตา-2 (β2 receptor) พบอยู่ที่กล้ามเนื้อเรียบของอวัยวะหลายระบบ เช่น หลอดลม ผนังหลอดเลือด ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ มดลูก และบางส่วนของดวงตา หน้าที่สำคัญคือทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว เมื่อถูกกระตุ้นจะช่วยขยายหลอดลม ขยายหลอดเลือดบางส่วน และลดการบีบตัวของอวัยวะดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการยับยั้งการหลั่งฮีสตามีนจาก mast cells และกระตุ้นการหลั่งสาร Nor-Adrenaline (NA) จากเซลล์ประสาทอะดรีเนอร์จิก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อความเครียดหรือภาวะฉุกเฉิน

ด้วยกลไกดังกล่าว ยากระตุ้นตัวรับเบตา-2 จึงเป็นยาหลักในการรักษาอาการหอบหืด มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากกว่าครึ่งศตวรรษ ปัจจุบันมีทั้งรูปแบบรับประทาน ฉีด และสูดพ่น มีทั้งชนิดออกฤทธิ์สั้น ยาว และยาวมาก รวมถึงมีทั้งยาเดี่ยวและยาสูตรผสม ถือเป็นกลุ่มยาสำคัญที่บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ

ประเภทของยากระตุ้นตัวรับเบตา-2

จำแนกตามวิธีใช้

  1. สูดเข้าทางปาก เป็นรูปแบบที่นิยมมากที่สุด เพราะออกฤทธิ์เร็วและผู้ป่วยสามารถพกพาใช้ได้เอง ขนาดยาต่อครั้งถูกกำหนดไว้แน่นอนจากตัวอุปกรณ์ บางชนิดบรรจุยาในแคปซูล เมื่อใช้งานเครื่องจะเจาะแคปซูลให้ผงยาฟุ้งกระจายเพื่อสูดเข้าไป บางชนิดมี spacer ช่วยเพิ่มปริมาตรอากาศ ทำให้ยากระจายเข้าสู่หลอดลมได้ดีขึ้น
  2. พ่นเป็นฝอยละออง วิธีนี้มักใช้ในโรงพยาบาล โดยใช้ออกซิเจนแรงดันสูงผ่านกระเปาะน้ำเพื่อเพิ่มความชื้น แล้วพ่นผ่านกระเปาะยาให้กลายเป็นละอองฝอยละเอียดก่อนสูดเข้าสู่ปอด ปัจจุบันมีเครื่องพ่นยาสำหรับใช้ที่บ้านได้เช่นกัน
  3. รับประทาน มีทั้งชนิดเม็ดและน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก ยาจะต้องดูดซึมผ่านทางเดินอาหารก่อน จึงออกฤทธิ์ช้ากว่าการสูดพ่น และออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย ทำให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงมากกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาสูดพ่นได้ แพทย์มักสั่งในขนาดต่ำเพื่อลดความเสี่ยง
  4. ฉีด ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากเป็นยาที่มีความเสี่ยงสูง มักใช้ในภาวะฉุกเฉินหรือกรณีที่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์พ่นยาได้ทันเวลา

จำแนกตามระยะเวลาการออกฤทธิ์

ยากลุ่มนี้แบ่งตามระยะเวลาการออกฤทธิ์ได้เป็น 3 ประเภท คือ ออกฤทธิ์สั้น (Short-acting), ออกฤทธิ์ยาว (Long-acting) และออกฤทธิ์ยาวมาก (Ultralong-acting) ดังตารางต่อไปนี้

Short-actingLong-actingUltralong-acting
  • Albuterol (Salbutamol)
  • Levalbuterol
  • Metaproterenol
  • Pirbuterol
  • Terbutaline
  • Arformoterol
  • Bambuterol
  • Clenbuterol
  • Formoterol
  • Protokylol
  • Salmeterol
  • Indacaterol
  • Olodaterol
  • Vilanterol

ชนิดออกฤทธิ์สั้นเหมาะสำหรับบรรเทาอาการหอบเฉียบพลัน โดยเฉพาะแบบสูดพ่นซึ่งเริ่มออกฤทธิ์ภายในประมาณ 5 นาที และมีฤทธิ์อยู่ได้นาน 3–6 ชั่วโมง ส่วนชนิดออกฤทธิ์ยาวเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง เช่น โรคถุงลมโป่งพอง สามารถควบคุมอาการได้นานประมาณ 12 ชั่วโมง โดยเริ่มออกฤทธิ์ภายในไม่กี่นาทีหลังพ่น สำหรับชนิดออกฤทธิ์ยาวมากสามารถใช้วันละครั้ง แต่ไม่เหมาะสำหรับควบคุมอาการเฉียบพลันจากการแพ้ เนื่องจากใช้เวลามากกว่า 10 นาทีจึงเริ่มออกฤทธิ์ ดังนั้นผู้ป่วยควรพกยาชนิดออกฤทธิ์สั้นไว้เสมอ

จำแนกตามส่วนผสมของยา

ยารับประทานมักเป็นยาเดี่ยว ส่วนยาสูดพ่นมีทั้งแบบยาเดี่ยวและแบบยาสูตรผสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการใช้ ตัวอย่างเช่น

ยาเดี่ยว: Ventolin inhaler®, Onbrez breezhaler®

ยาผสมกับยาตัานตัวรับมัสคารินิก: Berodual inhaler®, Spiolto inhaler®, Anoro ellipta®

ยาผสมกับยาสเตียรอยด์: Symbicort turbuhaler®, Relvar ellipta®, Seretide accuhaler®



การใช้ยาที่เหมาะสม

ในโรคหืด ปอดติดเชื้อ หรือหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน ยากลุ่มนี้มักใช้เมื่อมีอาการเท่านั้น เมื่ออาการดีขึ้นก็สามารถหยุดได้ แต่ในโรคหืดเรื้อรังอาจต้องใช้ต่อเนื่องระยะหนึ่ง หรือใช้ร่วมกับยาป้องกันการกำเริบ

ในโรคถุงลมโป่งพองและโรคปอดเรื้อรังอื่นที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ยากลุ่มนี้อาจจำเป็นต้องใช้ระยะยาว โดยเน้นรูปแบบสูดพ่นเป็นหลัก ในรายที่รุนแรงอาจต้องใช้ออกซิเจนร่วมกับยาแซนทีนชนิดรับประทาน แพทย์จะพิจารณาเลือกชนิดยาให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วย

ผู้ที่ไม่มีโรคปอดแต่มีอาการเหนื่อยและมีเสียงวี้ดต่อเนื่อง ควรได้รับการตรวจเพื่อแยกภาวะปอดชื้น (pulmonary congestion) จากภาวะน้ำเกิน ซึ่งต้องรักษาด้วยยาขับปัสสาวะและการจำกัดน้ำ ภาวะนี้พบได้ในผู้ป่วยไตวาย หัวใจล้มเหลว โลหิตจางรุนแรง หรือผู้ที่ดื่มน้ำมากเกินไป

ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

ยาสูดพ่นในกลุ่มนี้มีความปลอดภัยสูง สามารถใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้สูงอายุ แม้มีโรคประจำตัว ผลข้างเคียงมักพบในรูปแบบรับประทานหรือฉีด ได้แก่ กระสับกระส่าย มือสั่น ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ คลื่นไส้ และปวดท้อง อาการจะเด่นชัดในผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือใช้ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด หากใช้ร่วมกับยาแซนทีนชนิดรับประทาน ความเสี่ยงของผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น หากมีอาการควรงดรับประทานชั่วคราวและปรึกษาแพทย์ โดยหันมาใช้รูปแบบสูดพ่นแทน

สรุป

ยากระตุ้นตัวรับเบตา-2 เป็นยาหลักในการบรรเทาอาการหอบหืดและโรคปอดอุดกั้น โดยออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อหลอดลมคลายตัวและลดการหลั่งสารก่อการอักเสบ มีหลายรูปแบบและหลายระยะเวลาออกฤทธิ์ การเลือกใช้ต้องพิจารณาตามความรุนแรง ลักษณะโรค และความสามารถของผู้ป่วยในการใช้ยา รูปแบบสูดพ่นเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด การใช้ยาอย่างเหมาะสมร่วมกับการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจะช่วยควบคุมโรค ลดการกำเริบ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน

บรรณานุกรม

  1. "Discovery and development of beta2 agonists." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Wikipedia. (19 กุมภาพันธ์ 2569).
  2. "Beta2-adrenergic agonist." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Wikipedia. (19 กุมภาพันธ์ 2569).
  3. Pat Bass. 2022. "What to Know About Beta2-Agonists for Asthma SABAs, LABAs, and Their Role in Treatment." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Verywellhealth.com. (19 กุมภาพันธ์ 2569).