ยาฟลาโวเซท (Flavoxate, Urispas 200®,Uroxate 100®)

ฟลาโวเซทเป็นยาคลายกระเพาะปัสสาวะรุ่นแรก ๆ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อบรรเทาอาการปวดจากการหดเกร็งของกระเพาะปัสสาวะ ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ รวมถึงใช้ลดอาการปวดจากการใส่สายสวนปัสสาวะ การส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะ และภายหลังการผ่าตัดทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง

ยานี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ระยะสั้นในภาวะ Overactive bladder (OAB) ที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อหรือการทำหัตถการทางเดินปัสสาวะ โดยยังไม่มีข้อมูลการศึกษาการใช้ต่อเนื่องในระยะยาวเช่นเดียวกับยารุ่นใหม่ ๆ ฟลาโวเซทได้รับการอนุมัติให้ใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1966 และปัจจุบันยังไม่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติของประเทศไทย

ที่มาและการออกฤทธิ์:

ฟลาโวเซทมีการออกฤทธิ์หลายกลไก ได้แก่ การต้านการทำงานของแคลเซียม การยับยั้งเอนไซม์ Phosphodiesterase (ทำให้มีการสะสมของ cAMP ภายในเซลล์เพิ่มขึ้น) และมีฤทธิ์คล้ายยาชาเฉพาะที่ กลไกสองประการแรกส่งผลให้กล้ามเนื้อเรียบและหลอดเลือดคลายตัว

ต่อมาพบว่ายังสามารถกดรีเฟล็กซ์การปัสสาวะ (micturition reflex) ที่ควบคุมโดยก้านสมอง อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่ายาออกฤทธิ์โดยแย่งจับตัวรับ muscarinic หรือโดยยับยั้งการหลั่งสาร Acetylcholine จาก postganglionic neuron

เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ของฟลาโวเซทยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างครบถ้วน จึงยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนการใช้ต่อเนื่องระยะยาว การจัดให้ยาอยู่ในกลุ่มยาต้านโคลิเนอร์จิกนั้น อาศัยข้อมูลจากอาการเมื่อได้รับยาเกินขนาด ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับยาในกลุ่ม Anticholinergic อื่น ๆ

ยาดูดซึมได้ดีและถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นสาร Methyl flavone carboxylic acid (MFCA) หลังรับประทานประมาณ 30–60 นาที มักไม่สามารถตรวจพบระดับฟลาโวเซทในเลือดแล้ว โดยสาร MFCA เป็นตัวออกฤทธิ์หลักที่ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินอาหารและกระเพาะปัสสาวะคลายตัว และจะถูกขับออกทางปัสสาวะภายใน 12 ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องรับประทานวันละ 3 ครั้งเพื่อคงระดับยาในช่วงที่ยังมีอาการ

การใช้ยาที่เหมาะสม

  1. ใช้บรรเทาอาการปวดกระเพาะปัสสาวะจากการติดเชื้อ หรือการทำหัตการทางการแพทย์
  2. ขนาดยาปกติคือ 200 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ต่อเนื่อง 5–7 วัน

    ในผู้ป่วยไตวายระยะที่ 3–5 ควรลดขนาดยาลงครึ่งหนึ่ง หรืออาจพิจารณาเหลือเพียงหนึ่งในสามตามความเหมาะสม

    ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

    ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอในหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้



ข้อห้ามใช้

ห้ามใช้ยาฟลาโวเซทในผู้ป่วยต่อไปนี้

  • มีอาการปัสสาวะคั่ง จากกระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว (flaccid bladder)
  • มีทางเดินปัสสาวะอุดตัน เช่น ต่อมลูกหมากโตในผู้ชายสูงอายุ
  • เป็นต้อหินชนิดมุมปิด (angle closure) หรือมีมุมลูกตาแคบ (narrow anterior chamber) ที่ยังควบคุมไม่ได้
  • มีภาวะกระเพาะอาหารหรือลำไส้อุดตัน ลำไส้ไม่ทำงาน ลำไส้ไม่บีบตัวในผู้สูงอายุ หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myastinia gravis
  • แพ้ยา Flavoxate หรือส่วนประกอบของยา (ได้แก่ Lactose monohydrate, Sodium starch glycolate, Povidone, Talc, Magnesium stearate, Cellulose microcrystalline, Hypromellose, Macrogol 6000, Macrogol stearate, Titanium dioxide (E171))

** เนื่องจากยามีส่วนประกอบของแลคโตส จึงไม่ควรใช้ในผู้ที่มีภาวะขาดเอนไซม์แลคเตส หรือมีภาวะ glucose-galactose malabsorption

ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

ผลข้างเคียงของฟลาโวเซทมีลักษณะคล้ายยาต้านโคลิเนอร์จิก แต่โดยทั่วไปพบได้น้อยกว่า ข้อดีสำคัญคือยาไม่มีผลต่อระบบหัวใจ ความดันโลหิต และระบบหายใจ

อาการที่อาจพบ ได้แก่ ปากแห้ง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปัสสาวะคั่ง ตาพร่ามัว ความดันในลูกตาเพิ่มขึ้น ปวดศีรษะ มึนงง ง่วงนอน ทรงตัวลำบาก ผื่นลมพิษ อ่อนเพลีย มีไข้ บวม เม็ดเลือดขาวลดลง และอีโอซิโนฟิลเพิ่มขึ้น

อาการจากการได้รับยาเกินขนาดมักเป็นการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เช่น หงุดหงิด ก้าวร้าว ตื่นเต้นผิดปกติ ประสาทหลอน เวียนศีรษะรุนแรง มีไข้ หน้าแดง ร้อน หายใจลำบาก หรืออ่อนเพลีย หากรับประทานยาเกินขนาดภายใน 4 ชั่วโมง ควรรีบล้างท้อง หากเกินระยะเวลาดังกล่าวและมีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยา Physostigmine เพื่อต้านพิษแบบ Anticholinergic

ปฏิกิริยาระหว่างยา

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลการศึกษาปฏิกิริยาระหว่างยาที่ชัดเจน

สรุป

ฟลาโวเซทเป็นยาคลายกระเพาะปัสสาวะที่ใช้มานาน เหมาะสำหรับบรรเทาอาการปวดและเกร็งของกระเพาะปัสสาวะจากการติดเชื้อหรือการทำหัตถการทางการแพทย์ โดยควรใช้ในระยะสั้นตามข้อบ่งใช้ที่เหมาะสม แม้จะมีผลข้างเคียงคล้ายยาต้านโคลิเนอร์จิก แต่โดยทั่วไปพบไม่มาก และไม่มีผลกระทบต่อระบบหัวใจและการหายใจ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่มีภาวะอุดตันของทางเดินปัสสาวะ ต้อหินมุมปิด หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคไต รวมถึงหลีกเลี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

บรรณานุกรม

  1. "Urispas 200 mg Film-coated Tablets." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Medicines.org.uk. (18 กุมภาพันธ์ 2569).
  2. "Flavoxate." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา DrugBank. (18 กุมภาพันธ์ 2569).
  3. "flavoxate (Rx)." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Medscape. (18 กุมภาพันธ์ 2569).