ยาเซทิริซีน (Cetirizine, Zyrtec®)

Cetirizine เป็นยาในกลุ่ม second-generation H1-receptor antihistamine พัฒนามาเพื่อลดผลข้างเคียงด้านการง่วงซึมและฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิกที่พบในยาแก้แพ้รุ่นแรก จัดเป็นยา non-sedating หรือ low-sedating antihistamine แม้ยังอาจทำให้ง่วงได้เล็กน้อยในบางราย

ปัจจุบัน ยา cetirizine มีบรรจุอยู่ใน บัญชียาหลักแห่งชาติ ในข้อบ่งใช้สำหรับโรคภูมิแพ้และลมพิษ ถือเป็นยาหลักที่แนะนำเป็น first-line therapy สำหรับ allergic rhinitis และ urticaria ในเวชปฏิบัติปัจจุบัน

ที่มาและการออกฤทธิ์:

Cetirizine เป็น metabolite ของยา hydroxyzine (first-generation antihistamine) ถูกพัฒนาโดยบริษัท UCB Pharma ในช่วงทศวรรษ 1980 และวางจำหน่ายภายใต้ชื่อการค้า Zyrtec® แนวคิดสำคัญของการพัฒนาคือการคงฤทธิ์ต้าน H1 ที่มีประสิทธิภาพ แต่ลดการผ่านเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางเพื่อลด sedation

กลไกการออกฤทธิ์

  • เป็น selective peripheral H1-receptor inverse agonist
  • มีความจำเพาะต่อ H1 receptor สูง ลดผลต่อ muscarinic receptor
  • ผ่าน blood-brain barrier ได้น้อยกว่ายารุ่นแรก → ลดอาการง่วง
  • มีฤทธิ์ต้านการอักเสบบางส่วน เช่น ลดการเคลื่อนที่ของ eosinophils

ระยะเวลาออกฤทธิ์ประมาณ 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถรับประทานวันละครั้ง

การใช้ยาที่เหมาะสม

  1. ใช้คุมอาการภูมิแพ้ทางเดินหายใจ (Allergic rhinitis)
  2. ผู้ใหญ่และเด็ก ≥ 6 ปี: รับประทานขนาด 10 mg วันละครั้ง
    เด็ก 2–5 ปี: 2.5–5 mg วันละครั้ง

    ใช้ต่อเนื่องในช่วงที่มีอาการ หรือในฤดูที่มีสารก่อภูมิแพ้

  3. ใช้คุมอาการลมพิษเรื้อรัง (Chronic spontaneous urticaria)
  4. ทั่วไปใช้ 10 mg วันละครั้ง

    ในกรณีควบคุมอาการไม่ได้ อาจเพิ่มขนาดยาได้ถึง 20–40 mg/วัน ตามแนวทางการรักษาลมพิษเรื้อรัง (ภายใต้การดูแลของแพทย์)

  5. ใช้บรรเทาอาการคันจากสาเหตุภูมิแพ้
  6. ใช้ตามขนาดมาตรฐาน 5–10 mg/วัน

ในผู้ป่วยไตบกพร่อง ควรปรับขนาดยา เนื่องจากยาเกือบทั้งหมดถูกขับออกทางไต



ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ ง่วงซึมเล็กน้อย (พบได้มากกว่า loratadine เล็กน้อย) ปวดศีรษะ ปากแห้ง อ่อนเพลีย

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อย ได้แก่ กระสับกระส่ายในเด็ก ผื่นแพ้ยา ค่าการทำงานของตับผิดปกติ (พบได้น้อยมาก)

ยาเซทิริซีนโดยทั่วไปความเป็นพิษต่ำ หากใช้ยาเกินขนาดอาการที่พบได้แก่ ง่วงมาก สับสน ใจสั่น การรักษาเป็นแบบประคับประคอง

ข้อควรระวัง

  • ผู้ป่วยไตบกพร่อง (ต้องปรับขนาดยา)
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรใช้เมื่อประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง
  • ควรระวังการขับรถในช่วงเริ่มใช้ยา

ปฏิกิริยาระหว่างยา

  • CNS depressants เช่น alcohol → เพิ่มอาการง่วง
  • ยาอื่นที่มีฤทธิ์กดประสาท → อาจเสริมฤทธิ์ sedation
  • ไม่ค่อยมีปฏิกิริยาผ่าน CYP450 ที่มีนัยสำคัญทางคลินิก

Cetirizine มีความปลอดภัยด้าน drug interaction ดีกว่า first-generation antihistamines

สรุป

Cetirizine เป็น second-generation antihistamine ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษา allergic rhinitis และ urticaria โดยมีจุดเด่นคือรับประทานวันละครั้ง ออกฤทธิ์ยาว และมีผลข้างเคียงด้าน sedation ต่ำเมื่อเทียบกับยารุ่นแรก ปัจจุบันจัดเป็น first-line therapy ในโรคภูมิแพ้หลายชนิด และอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติของไทย

อย่างไรก็ตาม ควรระวังในผู้ป่วยไตบกพร่อง และแนะนำผู้ป่วยเกี่ยวกับโอกาสเกิดอาการง่วงในระยะแรก เพื่อให้การใช้ยามีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด