ยาด็อกโซลามีน (Doxylamine, Sominar®)

Doxylamine เป็นยาต้านฮิสตามีนชนิดที่หนึ่ง (first-generation H1-antihistamine) ในกลุ่ม ethanolamine derivative มีคุณสมบัติผ่านเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางได้ดี จึงมีฤทธิ์กดประสาทและทำให้ง่วงนอนอย่างชัดเจน

ข้อบ่งใช้หลักในเวชปฏิบัติ ได้แก่

  • ใช้เป็นยาช่วยนอนหลับระยะสั้น (short-term treatment of insomnia)
  • บรรเทาอาการแพ้ เช่น คัน น้ำมูก จาม
  • ใช้ร่วมกับ pyridoxine ในการรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงตั้งครรภ์ (NVP)

ชื่อการค้าที่พบได้ในบางประเทศ ได้แก่ Sominar® ซึ่งมักจัดจำหน่ายในรูปแบบยาช่วยนอนหลับชนิดรับประทาน

ที่มาและการออกฤทธิ์:

Doxylamine ได้รับการพัฒนาในช่วงทศวรรษ 1940–1950 ในยุคแรกของการค้นพบ antihistamines รุ่นที่หนึ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งฤทธิ์ของฮิสตามีนในปฏิกิริยาภูมิแพ้ ต่อมาพบว่ามีฤทธิ์กดประสาทเด่นชัด จึงถูกนำมาใช้เป็นยานอนหลับ

ลักษณะทางเภสัชจลนศาสตร์:

  • ดูดซึมได้ดีทางปาก
  • เริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30–60 นาที
  • Half-life ประมาณ 10–12 ชั่วโมง (อาจยาวขึ้นในผู้สูงอายุ)
  • เมแทบอลิซึมที่ตับ และขับออกทางไต

Doxylamine ออกฤทธิ์เป็น competitive antagonist ต่อ H1-receptor ลดผลของฮิสตามีนที่หลั่งจาก mast cells นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์:

  • Anticholinergic (muscarinic receptor antagonism)
  • กดระบบประสาทส่วนกลาง (CNS depression)
  • ต้านฤทธิ์ serotonin บางส่วน

ฤทธิ์กด CNS เป็นผลจากการผ่าน blood-brain barrier ได้ดี จึงเหมาะกับการใช้เป็นยานอนหลับระยะสั้น

การใช้ยาที่เหมาะสม

  1. ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia)
  2. ผู้ใหญ่: 12.5–25 mg รับประทานก่อนนอน 30 นาที
    ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

  3. ใช้คุมอาการแพ้ (Allergic symptoms)
  4. ผู้ใหญ่: 25 mg ทุก 4–6 ชั่วโมง (ขึ้นกับข้อบ่งใช้และการตอบสนอง)

  5. บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงตั้งครรภ์
  6. ใช้ร่วมกับ pyridoxine ตามสูตร fixed-dose combination
    ขนาดมาตรฐาน doxylamine 10 mg + pyridoxine 10 mg วันละ 2–4 ครั้ง

ข้อแนะนำในการใช้ยา

  • หลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรหลังรับประทานยา
  • ควรใช้ขนาดต่ำสุดที่ได้ผล
  • ผู้สูงอายุควรเริ่มขนาดต่ำกว่าปกติ


ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยเกิดจากฤทธิ์ anticholinergic เป็นหลัก ได้แก่ ง่วงซึม ปากแห้ง ท้องผูก ปัสสาวะลำบาก ตาพร่ามัว

พิษจากยาเกินขนาด อาการอาจรวมถึง:

  • สับสน เพ้อ
  • หัวใจเต้นเร็ว (tachycardia)
  • ชัก
  • ภาวะ anticholinergic toxidrome

การรักษาเน้น supportive care และการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน

ข้อควรระวัง

  • ผู้สูงอายุ (เสี่ยงต่อ delirium และหกล้ม)
  • ผู้ป่วย glaucoma มุมปิด
  • ผู้ป่วยต่อมลูกหมากโต
  • ผู้ป่วยโรคตับหรือไต
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์

ยานี้จัดอยู่ในรายการยาที่ควรระวังในผู้สูงอายุ (ตาม Beers Criteria)

ปฏิกิริยาระหว่างยา

  1. ยาที่กดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น
    • Benzodiazepines
    • Opioids
    • Alcohol

    อาจเสริมฤทธิ์กด CNS ทำให้เกิด respiratory depression หรือ sedation มากเกินไป

  2. ยาที่มีฤทธิ์ anticholinergic เช่น
    • Tricyclic antidepressants
    • Antipsychotics บางชนิด

    เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ anticholinergic toxicity

  3. Monoamine oxidase inhibitors (MAOIs) เช่น
    • Selegiline
    • Rasagiline
    • Safinamide
    • Phenelzine
    • Tranylcypromine
    • Isocarboxazid

    อาจเพิ่มและยืดระยะฤทธิ์ anticholinergic ของยา

สรุป

Doxylamine เป็นยาต้านฮิสตามีนรุ่นแรกที่มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลางเด่นชัด จึงถูกใช้ทั้งในอาการแพ้และเป็นยานอนหลับระยะสั้น แม้มีประสิทธิภาพดี แต่มีข้อจำกัดจากผลข้างเคียงด้าน anticholinergic และ sedation

การใช้ยาอย่างเหมาะสมควรคำนึงถึงอายุผู้ป่วย โรคร่วม และปฏิกิริยาระหว่างยา โดยเฉพาะในผู้สูงอายุซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น

โดยสรุป Doxylamine เป็นทางเลือกที่มีประโยชน์ในภาวะนอนไม่หลับระยะสั้นและอาการแพ้ แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและภายใต้การประเมินทางคลินิกที่เหมาะสม