กลุ่มยาต้านตัวรับมัสคารินิก (Antimuscarinics)

กล้ามเนื้อเรียบรอบผนังหลอดลมมีตัวรับมัสคารินิก (muscarinic receptors) ซึ่งรับคำสั่งจากระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic) ผ่านสารสื่อประสาทอะเซติลโคลีน (Acetylcholine; ACh) เมื่อ ACh จับกับตัวรับดังกล่าว จะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหลอดลมหดตัว ตรงกันข้ามกับตัวรับเบตา-2 ที่ได้รับอิทธิพลจากระบบซิมพาเทติก (Sympathetic) และทำให้หลอดลมคลายตัว

การค้นพบตัวรับมัสคารินิกในปอดช่วงปลายศตวรรษที่ 20 เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนายาต้านตัวรับมัสคารินิกชนิดสูดพ่นเพื่อขยายหลอดลม ยากลุ่มนี้ไม่เพียงช่วยลดการหดเกร็งของหลอดลม แต่ยังลดการสร้างมูกและลดกระบวนการอักเสบในทางเดินหายใจอีกด้วย โดยพบว่าผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง (COPD) มักตอบสนองต่อยากลุ่มนี้ได้ดีกว่าผู้ป่วยโรคหืด

ยากลุ่มนี้ดูดซึมจากทางเดินอาหารได้น้อยมาก จึงพัฒนาเป็นรูปแบบสูดพ่นเป็นหลัก (ยาฉีดมีเพียง Atropine ซึ่งปัจจุบันแทบไม่ใช้เพื่อขยายหลอดลม) มีทั้งชนิดออกฤทธิ์สั้น ยาว และยาวมาก รวมถึงมีทั้งยาเดี่ยวและสูตรผสม ถือเป็นอีกกลุ่มยาสำคัญที่บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ

ประเภทของยาต้านตัวรับมัสคารินิก

จำแนกตามวิธีใช้

  1. สูดเข้าทางปาก เป็นรูปแบบที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากผู้ป่วยสามารถใช้ได้ด้วยตนเอง อุปกรณ์ถูกออกแบบให้กำหนดขนาดยาต่อครั้งไว้อย่างแม่นยำ บางชนิดบรรจุยาในแคปซูล เมื่อใช้งานเครื่องจะเจาะแคปซูลให้ผงยาฟุ้งกระจายเพื่อสูดเข้าไป บางชนิดมี spacer ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนำยาเข้าสู่หลอดลม
  2. พ่นเป็นฝอยละออง มักใช้ในโรงพยาบาล โดยใช้ออกซิเจนแรงดันสูงผ่านกระเปาะน้ำเพิ่มความชื้น ก่อนพ่นผ่านกระเปาะยาให้เป็นละอองฝอยละเอียดเพื่อสูดเข้าสู่ปอด ปัจจุบันมีเครื่องพ่นยาสำหรับใช้ที่บ้านได้เช่นกัน

จำแนกตามระยะเวลาการออกฤทธิ์

ยาต้านตัวรับมัสคารินิกแบ่งตามระยะเวลาออกฤทธิ์ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ออกฤทธิ์สั้น (Short-acting), ออกฤทธิ์ยาว (Long-acting) และออกฤทธิ์ยาวมาก (Ultralong-acting) ดังตารางต่อไปนี้

Short-acting พ่นวันละ 3-4 ครั้งLong-acting พ่นวันละ 2 ครั้งUltralong-acting พ่นวันละ 1 ครั้ง
  • Ipratropium
  • Aclidinium
  • Glycopyrronium
  • Tiotropium
  • Umeclidinium

จำแนกตามส่วนผสมของยา

ยาเดี่ยว: Spiriva handihaler combo®, Spiriva respimat® (เป็น Tiotropium เดี่ยว)

ยาผสมกับยากระตุ้นตัวรับเบตา-2: Berodual inhaler® (Ipratropium + Fenoterol), Combivent® (Ipratropium + Salbutamol), Spiolto inhaler® (Tiotropium + Olodaterol), Anoro ellipta® (Umeclidinium + Vilanterol)



การใช้ยาที่เหมาะสม

ยากลุ่มนี้ใช้เป็นหลักในผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง (COPD) เพื่อควบคุมอาการหอบและลดการกำเริบ นอกจากนี้ยังใช้ในผู้ป่วยโรคหืดที่ตอบสนองต่อยากระตุ้นตัวรับเบตา-2 ได้ไม่ดีพอ และในผู้ที่มีหลอดลมอักเสบร่วมกับภาวะหลอดลมหดเกร็ง การเลือกชนิดยาและความถี่ในการใช้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

ยาชนิดสูดพ่นในกลุ่มนี้มีความปลอดภัยสูง ใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้สูงอายุ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปากแห้งหลังพ่นยา หากใช้ถี่เกินไปอาจมีอาการปวดศีรษะ หรือปัสสาวะลำบาก โดยเฉพาะในผู้ชายที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตอยู่ก่อนแล้ว จึงควรใช้ตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด

สรุป

ยาต้านตัวรับมัสคารินิกเป็นยาขยายหลอดลมที่ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการทำงานของระบบพาราซิมพาเทติก ทำให้กล้ามเนื้อหลอดลมคลายตัวและลดการสร้างมูก เหมาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง และใช้เสริมในบางรายของโรคหืด มีทั้งชนิดออกฤทธิ์สั้น ยาว และยาวมาก ส่วนใหญ่พัฒนาในรูปแบบสูดพ่นซึ่งให้ประสิทธิภาพดีและปลอดภัย การใช้ยาอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องจะช่วยควบคุมอาการ ลดการกำเริบ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว

บรรณานุกรม

  1. Reinoud Gosens & Nicholas Gross. 2018. "The mode of action of anticholinergics in asthma." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Eu Resp Soc. 2018;52(4):1-11. (19 กุมภาพันธ์ 2569).
  2. "3.1.2 Antimuscarinic bronchodilators." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา NHS. (19 กุมภาพันธ์ 2569).
  3. Bart C Moulton & Allison D Fryer. 2011. "Muscarinic receptor antagonists, from folklore to pharmacology; finding drugs that actually work in asthma and COPD." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Br J Pharmacol. 2011;163(1):44–52. (19 กุมภาพันธ์ 2569).