ยาดูทาสเตอไรด์ (Dutasteride, Avodart®)

ดูทาสเตอไรด์เป็นยาในกลุ่มยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase (5-AR, 5α-R) ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนฮอร์โมน Testosterone ให้เป็น Dihydrotestosterone (DHT) โดย DHT เป็นฮอร์โมนที่มีฤทธิ์แรงกว่า Testosterone และมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้เซลล์ต่อมลูกหมากแบ่งตัวเพิ่มขึ้น การยับยั้งเอนไซม์ 5-AR จึงช่วยลดการสร้าง DHT ป้องกันการขยายตัวของต่อมลูกหมาก และเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานสามารถช่วยลดขนาดต่อมลูกหมากได้ ยาดูทาสเตอไรด์ไม่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติของประเทศไทย

ที่มาและการออกฤทธิ์:

เอนไซม์ 5-AR เป็นเอนไซม์สำคัญในกระบวนการสร้างสเตียรอยด์และฮอร์โมนเพศจากโคเลสเตอรอล ความสำคัญทางคลินิกของเอนไซม์นี้เริ่มเป็นที่เข้าใจชัดเจนในปี ค.ศ. 1974 จากรายงานเด็กชายชาวสาธารณรัฐโดมินิกันที่มีภาวะอวัยวะเพศก้ำกึ่ง ภายหลังพบว่าขาดเอนไซม์ 5-AR มาตั้งแต่กำเนิด และเมื่อเติบโตขึ้นยังคงมีต่อมลูกหมากขนาดเล็ก กรณีดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดการพัฒนายาที่ยับยั้ง 5-AR เพื่อรักษาโรคต่อมลูกหมากโต

ปัจจุบันทราบว่า DHT มีฤทธิ์ทางชีวภาพสูงกว่า Testosterone และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาและคงลักษณะเพศชาย เช่น การเจริญของอวัยวะเพศ ผิวพรรณ ขน และเส้นผม

เอนไซม์ 5-AR แบ่งออกเป็น 3 ชนิด และกระจายอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ ดังนี้

  • 5-AR type 1 พบมากที่หนังศีรษะ DHT ที่เกิดขึ้นบริเวณนี้มีส่วนทำให้เส้นผมบางและหลุดร่วงง่าย
  • 5-AR type 2 พบมากในต่อมลูกหมากและอวัยวะเพศ DHT กระตุ้นให้เซลล์ของอวัยวะเพศและต่อมลูกหมากแบ่งตัวเพิ่มขึ้น
  • 5-AR type 3 พบมากในสมอง เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท เช่น การตื่นตัว การรับรู้ ความสามารถด้านภาษา และความจำ

ดูทาสเตอไรด์ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ 5-AR ทั้งชนิด type 1 และ type 2 อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตไม่ได้ศึกษาข้อบ่งใช้ในภาวะผมร่วงจากแอนโดรเจน จึงไม่มีข้อบ่งใช้ทางการในกรณีดังกล่าว แม้จะมีการนำไปใช้โดยไม่อยู่ในข้อบ่งใช้ (off-label) ซึ่งไม่แนะนำให้ใช้ ยาดูดซึมได้ประมาณ 60% โดยอาหารไม่มีผลต่อการดูดซึม จับกับโปรตีนในเลือดประมาณ 99% ถูกเมแทบอลิซึมที่ตับโดยเอนไซม์ CYP3A4 และขับออกทางอุจจาระเป็นหลัก เมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานจะมีค่าครึ่งชีวิตยาว 3–5 สัปดาห์ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยไตบกพร่องหรือผู้สูงอายุ แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยตับบกพร่อง



การใช้ยาที่เหมาะสม

  1. ใช้รักษาโรคต่อมลูกหมากโต (Benign prostatic hyperplasia)
  2. ก่อนเริ่มรักษาด้วยดูทาสเตอไรด์ ควรประเมินให้แน่ชัดว่าอาการไม่ได้เกิดจากโรคทางเดินปัสสาวะอื่นหรือมะเร็งต่อมลูกหมาก และไม่ควรใช้ยาในกรณีที่มีภาวะทางเดินปัสสาวะอุดตันเฉียบพลัน เนื่องจากยาต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนจึงจะช่วยลดขนาดต่อมลูกหมากได้ ภาวะอุดตันเฉียบพลันควรรักษาด้วยการใส่สายสวนปัสสาวะ และอาจใช้ยากลุ่มปิดกั้นตัวรับอัลฟา-1 ร่วมด้วย

    ขนาดยาที่ใช้คือ 0.5 mg วันละครั้ง รับประทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ตัวยาอยู่ในรูปเจลบรรจุในแคปซูลชนิดนิ่มสีเหลืองขุ่น ควรกลืนทั้งแคปซูล ห้ามเคี้ยวหรือแกะแคปซูล เนื่องจากตัวยาอาจระคายเคืองเยื่อบุช่องปากได้ ในระยะแรกอาจใช้ร่วมกับยากลุ่มปิดกั้นตัวรับอัลฟา-1 เพื่อบรรเทาอาการปัสสาวะลำบากและปัสสาวะบ่อย เมื่อขนาดต่อมลูกหมากลดลงและอาการดีขึ้นแล้ว อาจพิจารณาหยุดยากลุ่มอัลฟา-1 ได้

    ดูทาสเตอไรด์ทำให้ระดับ PSA ลดลงประมาณ 50% ภายใน 6 เดือน ทั้งในผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตและบางรายที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก การลดลงดังกล่าวสะท้อนถึงการตอบสนองต่อยา หลังจากนั้นควรกำหนดค่า PSA baseline ใหม่ที่ระดับลดลง และติดตามค่า PSA เป็นระยะ หากพบว่า PSA เพิ่มขึ้นจากค่าต่ำสุด อาจเป็นสัญญาณของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

    ยานี้ไม่รบกวนค่าเปอร์เซนต์ PSA อิสระ ดังนั้นหากใช้เปอร์เซนต์ PSA อิสระช่วยประเมินความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก ไม่จำเป็นต้องปรับ baseline ใหม่

    ภายหลังหยุดยา ระดับ PSA จะค่อย ๆ เพิ่มกลับสู่ค่า baseline เดิมภายในประมาณ 6 เดือน

ยาดูทาสเตอไรด์ห้ามใช้ในผู้หญิงและเด็ก โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจทำให้ทารกเพศชายมีความผิดปกติของอวัยวะเพศภายนอกได้ ตัวยาสามารถดูดซึมผ่านผิวหนัง ดังนั้นสตรีมีครรภ์และเด็กควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแคปซูลที่รั่วหรือแตก

ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ความต้องการทางเพศลดลง และปริมาตรน้ำอสุจิลดลง

อาการอื่นที่อาจพบ ได้แก่ อาการซึมเศร้า ปวดอัณฑะ ภาวะมีบุตรยาก เต้านมโต เจ็บเต้านม มีสารคัดหลั่งจากหัวนม พบก้อนที่เต้านม มีรายงานการเกิดมะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดไม่ดุ

อาการแพ้ยาอาจแสดงเป็นลมพิษ ผื่นคัน ริมฝีปากบวม หรือใบหน้าบวม

สามารถตรวจพบยาในน้ำอสุจิของผู้ใช้ยาได้ จึงควรระมัดระวังการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงวัยเจริญพันธุ์ เนื่องจากอาจมีผลต่อพัฒนาการทางเพศของตัวอ่อน

ปฏิกิริยาระหว่างยา

ยังไม่พบปฏิกิริยาระหว่างยาที่มีนัยสำคัญทางคลินิก

สรุป

ดูทาสเตอไรด์เป็นยายับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ที่ออกฤทธิ์ต่อทั้ง type 1 และ type 2 ช่วยลดการสร้าง DHT อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับรักษาโรคต่อมลูกหมากโต โดยต้องใช้ต่อเนื่องและใช้เวลาหลายเดือนจึงเห็นผล ควรติดตามค่า PSA อย่างเป็นระบบ และระมัดระวังผลข้างเคียงด้านสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงข้อห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ การใช้ยาอย่างถูกต้องตามข้อบ่งใช้และการติดตามผลอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากการรักษา

บรรณานุกรม

  1. Leonard S Marks. 2004. "5α-Reductase: History and Clinical Importance." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Rev Urol. 2004;6(Suppl 9):S11–S21. (17 กุมภาพันธ์ 2569).
  2. Faris Azzouni, et al. 2012. "The 5 Alpha-Reductase Isozyme Family: A Review of Basic Biology and Their Role in Human Diseases." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Adv Urol. 2012: 530121. (17 กุมภาพันธ์ 2569).
  3. "Dutasteride." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Wikipedia. (17 กุมภาพันธ์ 2569).
  4. "Dutasteride." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา DRUGBANK. (17 กุมภาพันธ์ 2569).
  5. "dutasteride (Rx)." [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา Medscape. (17 กุมภาพันธ์ 2569).