เนื้องอกที่ไขสันหลัง (Spinal cord tumors)
สมองและไขสันหลังเป็นส่วนประกอบของระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system) ไขสันหลังเป็นส่วนต่อเนื่องลงมาจากก้านสมอง ภายในประกอบด้วยเซลล์ประสาท, เซลล์เกลีย (glia) ที่ทำหน้าที่ค้ำจุน, โพรงน้ำไขสันหลัง และเยื่อหุ้ม 3 ชั้นเช่นเดียวกับสมอง ทั้งหมดบรรจุอยู่ในโพรงกระดูกสันหลัง มีหน้าที่ถ่ายทอดกระแสประสาทระหว่างสมองกับร่างกาย ควบคุมการเกิดรีเฟล็กซ์ (reflex) เช่น การยกขาทันทีเมื่อเหยียบตะปู รวมถึงควบคุมศูนย์สร้างรูปแบบการเคลื่อนไหวกลาง (central pattern generator)
ไขสันหลังของมนุษย์แบ่งเป็น 31 ปล้อง (segments) ได้แก่ 8 ปล้องส่วนคอ, 12 ปล้องส่วนอก, 5 ปล้องส่วนเอว, 5 ปล้องส่วนกระเบนเหน็บ และ 1 ปล้องส่วนก้นกบ แต่ละปล้องมีคู่ของเส้นประสาทไขสันหลัง (spinal nerve) ออกมาทั้งด้านซ้ายและขวา โดยเส้นประสาทเหล่านี้มีเส้นใยประสาททั้งแบบรับความรู้สึกและสั่งการ
ไขสันหลังมีการป่องออกที่บริเวณคอและเอว เมื่อมองภาพตัดขวางจะพบว่า รอบนอกมีสีอ่อนกว่า เรียกว่า เนื้อขาว (white matter) ซึ่งเป็นบริเวณของเส้นใยประสาท ส่วนกลางมีสีเข้ม ลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า เนื้อเทา (gray matter) ซึ่งเป็นบริเวณตัวเซลล์ประสาท ตรงกลางมีช่องบรรจุน้ำไขสันหลัง ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงและป้องกันการกระแทก
ชนิดของเนื้องอกที่ไขสันหลัง
เนื้องอกที่ไขสันหลังคิดเป็นประมาณ 20% ของเนื้องอกในระบบประสาททั้งหมด สามารถแบ่งตามตำแหน่งได้ 3 ชนิดหลัก ได้แก่
A. เนื้องอกในเนื้อไขสันหลัง (Intramedullary) พบได้น้อยมาก มักเกิดบริเวณไขสันหลังส่วนคอ ส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกไม่ร้าย แต่การผ่าตัดเอาออกทำได้ยากเนื่องจากอยู่ในตำแหน่งสำคัญ เสี่ยงต่อความพิการสูง ชนิดที่พบบ่อย ได้แก่ astrocytoma และ ependymoma หากสามารถผ่าออกได้หมดมักไม่กลับมาเป็นซ้ำ
B. เนื้องอกนอกเนื้อไขสันหลังแต่ภายในเยื่อหุ้มดูรา (Intradural-extramedullary) มักเป็นเนื้องอกของเยื่อหุ้มไขสันหลัง (meningioma) หรือเนื้องอกของเส้นประสาท (schwannoma, neurofibroma) ส่วนใหญ่ไม่ร้าย แต่การผ่าตัดอาจซับซ้อนและมีโอกาสเกิดซ้ำได้
C. เนื้องอกนอกไขสันหลัง (Extradural) เกิดนอกเยื่อหุ้มไขสันหลังแต่ลุกลามเข้ามาในช่องไขสันหลัง ส่วนใหญ่เป็นมะเร็งแพร่กระจายจากอวัยวะอื่น เช่น ปอด เต้านม ไต ต่อมไทรอยด์ ต่อมลูกหมาก ส่วนน้อยเป็นเนื้องอกปฐมภูมิของกระดูก เช่น osteosarcoma, osteoblastoma, osteoid osteoma
อาการของเนื้องอกที่ไขสันหลัง
อาการขึ้นกับตำแหน่งที่เนื้องอกกดทับ
ระดับคอ
- ปวดต้นคอ ร้าวลงแขนข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
- ชาและ/หรืออ่อนแรงที่แขนหรือมือ
- หากรุนแรง ขาอ่อนแรงและมีปัญหาระบบขับถ่าย
ระดับอก
- ปวดร้าวตามชายโครง หรือรู้สึกแน่นรัดรอบอก
- ชาตั้งแต่ช่วงลำตัวลงไป
- หากรุนแรง ขาอ่อนแรงและมีปัญหาระบบขับถ่าย
ระดับเอว
- ปวดเอว ร้าวลงขา
- ชาที่ขาและ/หรือมีปัญหาระบบขับถ่าย
อาการปวดหลังจากเนื้องอกที่ไขสันหลังมักปวดตอนกลางคืน ต่างจากอาการปวดหลังจากโรคกระดูกสันหลังเสื่อม ที่มักปวดเวลาขยับ เอี้ยวตัว ก้ม หรือเดิน และอาการปวดจากเนื้องอกไม่หายสนิทเมื่อนวดหรือใช้ยาบรรเทา
บ่อยครั้งที่เนื้องอกไม่แสดงอาการกดรากประสาทเลยจนกระทั่งโตไปเบียดอัดกับเนื้อของไขสันหลังโดยตรง ในกรณีนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดหลังมาก และสูญเสียการควบคุมของอวัยวะระดับล่างลงไปทั้งหมด รวมทั้งการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระด้วย
สำหรับเนื้องอกที่ไม่ร้าย อาการอาจค่อยเป็นค่อยไปจนเข้าใจว่าเป็นการเจ็บป่วยจากโรคกระดูกสันหลัง เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกทับเส้น หรือโรคปลายประสาทอักเสบ ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังร่วมกับอาการชาและหรืออ่อนแรง ควรได้รับการตรวจด้วยเอกซเรย์ และ/หรือ MRI ทุกราย
การวินิจฉัย
นอกจากประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางระบบประสาทอย่างละเอียดแล้ว แพทย์จะทำเอกซเรย์กระดูกสันหลัง, CT-scan, หรือ MRI ในที่ที่สามารถทำได้ ถ้าไม่มีเครื่องตรวจพิเศษดังกล่าวก็อาจใช้การเอกซเรย์ร่วมกับฉีดสารทึบรังสีเข้าในช่องไขสันหลังที่เรียกว่า myelogram แต่การวินิจฉัยสุดท้ายว่าเป็นเนื้องอกชนิดใดต้องอาศัยผลตรวจชิ้นเนื้อ
การรักษา
เนื้องอกในเนื้อไขสันหลัง ส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกไม่ร้าย จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทันที ขึ้นอยู่กับอาการ แต่ถ้าต้องผ่า ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูง เพราะเสี่ยงต่อความพิการ หากผ่าออกไม่หมด อาจต้องรักษาเสริมด้วยการฉายแสง
เนื้องอกนอกเนื้อไขสันหลังแต่ภายในเยื่อหุ้มดูรา ควรผ่าตัดเร็วเพื่อให้การฟื้นตัวของไขสันหลังดีขึ้น และได้ชิ้นเนื้อไปตรวจ
เนื้องอกนอกเยื่อดูรา มักเป็นมะเร็งแพร่กระจาย การรักษาหลักคือรังสีรักษาและเคมีบำบัดตามชนิดมะเร็ง อาจพิจารณาผ่าตัดหากกระดูกสันหลังเสียความมั่นคง
ผลการรักษา
แม้เนื้องอกไม่ร้าย ผลการรักษาขึ้นกับตำแหน่งและระดับอาการก่อนผ่าตัด
- ตำแหน่งสูงมีความเสี่ยงพิการมากกว่า
- หากยังเดินได้ก่อนผ่า มีโอกาสเดินได้หลังผ่ามากกว่า 60%
- หากขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง โอกาสเดินได้หลังผ่า ~35%
- หากเป็นอัมพาตขาทั้งสอง โอกาสเดินได้หลังผ่าเพียง 0–25%
สรุป
เนื้องอกที่ไขสันหลังเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตอย่างมาก การตรวจพบและรักษาเร็วมีความสำคัญต่อการฟื้นตัว ชนิดและตำแหน่งของเนื้องอกมีผลต่อวิธีรักษาและพยากรณ์โรค ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังร่วมกับชา หรืออ่อนแรง ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงต่อความพิการถาวร