เนื้องอกที่ต่อมไทมัส (Thymic tumors)
ต่อมไทมัสเป็นอวัยวะที่ตั้งอยู่ในช่องอกส่วนหน้า (anterior mediastinum) มีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในวัยเด็ก โดยผลิตฮอร์โมนไทโมซิน (thymosin) เพื่อกระตุ้นให้ลิมโฟไซต์ที่ยังไม่เจริญเต็มที่พัฒนาเป็น T lymphocytes ซึ่งจะทำหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อในร่างกาย
ในวัยเด็ก ต่อมไทมัสมีขนาดใหญ่และยาวลงมาถึงระดับกลางอก จากนั้นจะค่อย ๆ ฝ่อลงหลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ในผู้ใหญ่ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ต่อมไทมัสจะมีขนาดเพียง 0.5 เซ็นติเมตร และอยู่เฉพาะส่วนบนของ mediastinum
แม้เนื้องอกของต่อมไทมัสจะไม่ใช่โรคที่พบบ่อยนัก แต่สามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 40–60 ปี และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของก้อนในช่องอกส่วนหน้า
ชนิดของเนื้องอก
- Benign thymic tumors - เนื้องอกไม่ร้าย พบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ ได้แก่:
- Thymic cyst: ถุงน้ำที่อาจมีมาแต่กำเนิดหรือเกิดภายหลังจากการอักเสบ มักไม่แสดงอาการ
- Thymolipoma: เนื้องอกที่มีไขมันร่วมกับเนื้อต่อมไทมัส โตช้า ไม่ก่ออาการ
- Thymic hyperplasia: ภาวะที่ต่อมไทมัสโตขึ้น พบในผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกัน เช่น myasthenia gravis และอาจสัมพันธ์กับอาการทางระบบประสาท
ประมาณสองในสามของเนื้องอกไม่ร้ายเหล่านี้ไม่แสดงอาการ แต่หากมีขนาดใหญ่อาจกดทับหลอดลมหรือโครงสร้างอื่นในช่องอก ทำให้รู้สึกแน่นอกหรือหายใจลำบาก
- Malignant thymic tumors - เนื้องอกร้าย พบบ่อยกว่าเนื้องอกไม่ร้าย มีหลายชนิด ได้แก่:
- Thymoma: เป็นเนื้องอกของต่อมไทมัสที่พบได้บ่อยที่สุด ลักษณะเซลล์คล้ายปกติ โตช้า และมักไม่แพร่กระจายไกล ผู้ป่วยมักมีโรคทางภูมิคุ้มกันร่วม เช่น myasthenia gravis (พบได้ถึง 30–40%), pure red cell aplasia, hypogammaglobulinemia, polymyositis, lupus erythematosus, rheumatoid arthritis, thyroiditis, และ Sjögren syndrome
- Thymic carcinoma: เป็นมะเร็งที่มีความรุนแรงมากกว่า thymoma มักลุกลามและพยากรณ์โรคไม่ดี
- Lymphoma: มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดสามารถเกิดในบริเวณต่อมไทมัส โดยเฉพาะในคนอายุน้อย
- Thymic carcinoid tumor: เป็นเนื้องอก neuroendocrine พบได้น้อย (<5%) อาจสัมพันธ์กับกลุ่มอาการ MEN1 สามารถสร้างสารคล้ายฮอร์โมนทำให้มีอาการเช่น หน้าแดง หายใจลำบาก ท้องเสียเรื้อรัง
อาการและวิธีตรวจวินิจฉัย
เนื้องอกของต่อมไทมัสจำนวนมากไม่แสดงอาการ และอาจตรวจพบโดยบังเอิญจากการเอกซเรย์หรือ CT scan ที่ทำด้วยเหตุผลอื่น
อาการที่อาจพบได้ เช่น:
- แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ไอเรื้อรัง จากก้อนกดหลอดลมหรือหลอดเลือด
- กลืนลำบาก หรือเสียงแหบ หากก้อนกดหลอดอาหารหรือเส้นประสาท
- อาการจากโรคภูมิคุ้มกัน เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง (จาก myasthenia gravis), ซีด, ติดเชื้อง่าย, ปวดข้อ, ตาแห้ง, ปากแห้ง หรือไทรอยด์โต
การตรวจวินิจฉัยประกอบด้วย:
- ภาพถ่ายรังสี เช่น X-ray ปอด, CT scan หรือ MRI ช่องอก
เนื้องอกที่ต่อมไทมัสวินิจฉัยได้ง่ายจากภาพเอกซเรย์ทรวงอกธรรมดา 2 ท่า คือท่าตรงกับท่าด้านข้าง
ในท่าตรงจะเห็นเงาของเมดิแอสตินั่มส่วนบนกว้างขึ้น (รูปที่ 1) ในท่าด้านข้าง (รูปที่ 2) จะเห็นเงาของก้อนเนื้อสีขาวอยู่ในช่องเมดิแอสตินั่มส่วนหน้า (ช่อง A ในรูปกลาง)
CT scan จะช่วยให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น ช่วยแยกระหว่างก้อนเนื้อ ถุงน้ำ ก้อนไขมัน และประเมินความเป็นไปได้ของเนื้องอกร้าย
- การตรวจเลือด หากสงสัยภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ
- การตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) ด้วยเข็มภายใต้การนำทางของ CT หรืออัลตราซาวด์ หรือด้วยการผ่าตัดหาก CT สงสัยมะเร็ง
การแบ่งระยะของโรค
- ระยะที่ I: ก้อนยังอยู่ภายในแคปซูลของต่อมไทมัส
- ระยะที่ II: ก้อนลุกลามออกนอกแคปซูล ไปยังเนื้อเยื่อไขมันรอบ ๆ
- ระยะที่ III: ก้อนลุกลามสู่อวัยวะข้างเคียง เช่น ปอด เยื่อหุ้มหัวใจ หรือเส้นเลือดใหญ่
- ระยะที่ IV: มะเร็งแพร่กระจาย โดยแบ่งเป็น:
- IVA: กระจายไปทั่วปอดหรือเยื่อหุ้มหัวใจ
- IVB: กระจายผ่านระบบเลือดหรือน้ำเหลือง ไปยังอวัยวะอื่นที่ไกลออกไป
การรักษา
การผ่าตัดเอาก้อนออก เป็นการรักษาหลักของเนื้องอกต่อมไทมัส โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่าเป็น thymoma หรือเนื้องอกร้ายอื่น แนวทางการรักษาขึ้นกับชนิดและระยะของเนื้องอก:
- Thymic cyst / Thymolipoma: ผ่าตัดเมื่อมีอาการหรือก้อนโต
- Thymoma:
- ระยะ I: ผ่าตัดอย่างเดียว
- ระยะ II: ผ่าตัดตามด้วยรังสีรักษา
- ระยะ III–IV: อาจต้องใช้ทั้งรังสีรักษาและเคมีบำบัด ร่วมกับการผ่าตัดหากทำได้
- Thymic carcinoma: ต้องรักษาร่วมหลายวิธี ทั้งผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสี มักมีโอกาสกลับเป็นซ้ำ
- Lymphoma: รักษาหลักด้วยเคมีบำบัดและรังสี ไม่เน้นการผ่าตัด
- Thymic carcinoid tumor: รักษาด้วยการผ่าตัดเป็นหลัก ร่วมกับเคมีบำบัด
หลังการผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาการรักษาเพิ่มเติมจากผลพยาธิวิทยาและระยะของโรค
สรุป
เนื้องอกของต่อมไทมัสพบได้ในผู้ใหญ่ โดยมีได้ทั้งชนิดไม่ร้ายแรง เช่น cyst และ thymolipoma และชนิดร้ายแรง เช่น thymoma หรือ thymic carcinoma การวินิจฉัยมักอาศัยการตรวจภาพถ่ายร่วมกับการตรวจชิ้นเนื้อ และการรักษาส่วนใหญ่คือการผ่าตัด และอาจมีการรักษาเสริมตามชนิดของเนื้องอก การวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วสามารถช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสหายขาด